เขียนโดย Suratsvadii

โดย คุณพ่อจรัล ทองปิยะภูมิ  (ลิงค์ >ที่มาของข้อมูล)

คุณค่าพระวรสารคืออะไร

คุณค่าพระวรสาร คือ คุณค่าที่พระเยซูสั่งสอนและเจริญชีวิตเป็นแบบอย่าง ดังที่มีบันทึกในพระคัมภีร์ “พระวรสาร” ซึ่งแปลว่าข่าวดี อันหมายถึงข่าวดีแห่งความรอดพ้นของมนุษย์ และข่าวดีแห่งความรักของพระเจ้าผู้รักมนุษย์จนกระทั่งประทานพระบุตรของพระองค์มาบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อแสดงพระธรรมแก่มนุษย์ และทำการกอบกู้มนุษย์ให้พ้นจากทุกข์ด้วยอัศจรรย์ต่างๆ และทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่กู้มนุษย์ให้รอดพ้นจากบาป แล้วทรงกลับคืนพระชนมชีพเพื่อบันดาลให้มนุษย์ได้รับชีวิตนิรันดร

 

คุณค่าพระวรสาร 30 ประการ 21 กลุ่ม

  1. ความเชื่อ

ความเชื่อ หมายถึง ความเชื่อศรัทธาในพระเจ้า ความเชื่อในความเป็นจริงของจิตวิญญาณและในมิติทางศาสนาของชีวิต หากเรามีความเชื่อศรัทธา อัศจรรย์จะเกิดขึ้นในชีวิตของเรา

  

  1. ความจริง

ชีวิตของเราเป็นการแสวงหาความจริง  ความจริงของโลก  ของชีวิต และของมนุษย์ พระองค์สอนเราว่า ความจริงทำให้เราเป็นไท บุคคลที่ไม่ซื่อตรงคือบุตรแห่งปีศาจผู้มีแต่ความเท็จ

  

  1. การไตร่ตรอง / ภาวนา

พระเยซูสอนให้เรารู้คุณค่าของความสงบและการไตร่ตรอง เพื่อหาความหมายของสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต การไตร่ตรองนำไปสู่การเข้าใจ ยอมรับ และปฏิบัติคุณค่าจนเกิดผลมากมาย พระเยซูภาวนาเมื่อประกอบภารกิจสำคัญ เมื่อมีการประจญ และเมื่อมีวิกฤติของชีวิต พระองค์สอนเราให้ภาวนาอยู่เสมอ

  

  1. มโนธรรม / วิจารณญาณ / ความกล้าหาญเชิงศีลธรรม

พระเยซูสอนให้เรามีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวในการรักษาศีลธรรม มีมโนธรรมเที่ยงตรง มีวิจารณญาณแยกแยะชั่วดี รู้จักตัดสินใจเลือกทางแห่งความดีงาม และยึดมั่นในทางแห่งความดี แม้ในสถานการณ์ที่เราถูกคุกคาม

  

  1. อิสรภาพ

พระเยซูสอนว่า  “ความจริงทำให้เราเป็นอิสระ”     ซึ่งหมายถึงความเป็นอิสระจากการเป็นทาสของบาป เราปฏิบัติหน้าที่ของเราด้วยความเชื่อมั่น ด้วยความรัก มิใช่ด้วยความกลัว

  

  1. ความยินดี

ความยินดีเป็นผลของประสพการณ์การสัมผัสความรักของพระเจ้า พระเยซูสอนให้เรามีใจเบิกบานอยู่เสมอ เพราะชื่อของเราถูกจารึกไว้ในสวรรค์แล้ว ไม่มีสิ่งใดทำให้เราหวั่นไหว เพราะพระเจ้ารักเรา

  

  1. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี

มนุษย์ถูกสร้างตามพระฉายาลักษณ์ของพระเจ้า มนุษย์เป็นลูกของพระเจ้า ดังนั้น ชีวิตมนุษย์จึงมีความศักดิ์สิทธิ์ พระเยซูสอนให้เราเคารพศักดิ์ศรีของตนเอง และของกันและกัน เราแต่ละคนมีค่ามากในสายพระเนตรของพระเจ้า

  

  1. ความสุภาพถ่อมตน

พระเยซูเชื้อเชิญให้เราเลียนแบบพระองค์ผู้มีใจอ่อนโยนและสุภาพ คำสอนหลักของพระองค์คือ ผู้ใดถ่อมตัวลง ผู้นั้นจะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น ผู้ใดมีใจสุภาพอ่อนโยนผู้นั้นย่อมเป็นสุข

  

  1. ความซื่อตรง

พระเยซูคาดหวังให้เราเป็น “มนุษย์ใหม่” มนุษย์ที่ซื่อตรง ชอบธรรม ดำรงตนอยู่ในศีลธรรม ไม่หน้าซื่อใจคด ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ผู้ซื่อตรงต้องเริ่มจากการซื่อสัตย์ในสิ่งเล็กน้อย ผู้ซื่อตรงจะเกิดผลมากมาย

  

  1. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง

พระเยซูเจริญชีวิตที่เรียบง่าย คลุกคลีกับประชาชนคนสามัญ ทุกคนเข้าหาพระองค์ได้แม้แต่เด็กๆ พระองค์สอนเรามิให้กังวลใจในเครื่องแต่งกาย ในอาหารการกิน เพราะพระเจ้าดูแลชีวิตของเราทุกคน สุนัขจิ้งจอกยังมีโพรง และนกในอากาศยังมีรัง แต่พระองค์ไม่มีที่ที่จะวางศีรษะ

  

  1. ความรัก

ความรักแท้สูงส่งกว่าความรักใคร่ ความรักไม่เห็นแก่ตัว ไม่หวังสิ่งตอบแทน มอบแก่ทุกคน ความรักเอาชนะอารมณ์ความรู้สึก จนสามารถรักแม้แต่อริ หลักปฏิบัติพื้นฐานของความรักคือ ปฏิบัติต่อผู้อื่นดังที่เราอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา หลักปฏิบัติขั้นสูงคือ รักกันและกันเหมือนที่พระเจ้าทรงรักเรา

  

  1. เมตตา

พระองค์เมตตาต่อทุกคน คนเจ็บป่วย คนตกทุกข์ได้ยาก และคนด้อยโอกาส พระองค์ร่วมทุกข์กับคนที่มีความทุกข์ พระองค์สอนให้เราเป็นผู้เมตตาเหมือนพระบิดาทรงเป็นผู้เมตตา 

  

  1. ความกตัญญูรู้คุณ

พระเยซูตรัสชมเชยผู้ที่ได้รับการรักษาจากโรคที่กลับมาขอบคุณพระองค์ พระเยซูขอบคุณพระเจ้าในทุกขณะ พระองค์สอนให้เรารู้จักกตัญญูรู้คุณต่อพระเจ้า  และต่อทุกคนที่มีบุญคุณต่อเรา

  

  1. การงาน / หน้าที่

พระเยซูสอนให้เราเห็นคุณค่าของการทำงาน ผู้ที่ทำงานก็สมควรได้รับค่าตอบแทน พระองค์จะประทานรางวัลแก่ทุกคนตามการทำงานของแต่ละคน พระองค์ยังสอนว่าการทำงานและหน้าที่ของตนเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้า เราทำงานเพื่ออาหารที่คงอยู่เป็นชีวิตนิรันดร์

  

  1. การรับใช้

พระเยซูเสด็จมาในโลกเพื่อมารับใช้ มิใช่มาเพื่อได้รับการรับใช้ พระองค์สอนสานุศิษย์ว่าพระองค์ผู้เป็นพระเจ้ายังรับใช้พวกเขา ดังนั้นพวกเขาต้องรับใช้ผู้อื่นเช่นเดียวกัน ผู้ใหญ่กว่าจะต้องรับใช้ผู้น้อย

  

  1. ความยุติธรรม

พระเยซูสอนให้เราแสวงหาความยุติธรรมให้กับผู้อื่นก่อนให้กับตนเอง ความยุติธรรมเรียกร้องให้เราเปิดใจกว้างต่อความต้องการของผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ด้อยกว่าเรา

  

  1. สันติ / การคืนดี

พระเยซูมอบสันติของพระองค์แก่เรา สันติเป็นผลมาจากความยุติธรรม เราสามารถนำสันติสู่สังคมที่เราอยู่โดยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและกัน มีใจที่ปล่อยวาง หลุดพ้นจากความว้าวุ่นใจ หลีกเลี่ยงความรุนแรงทุกชนิด การคืนดีเป็นผลจากการเคารพซึ่งกันและกัน และใจที่เปิดต่อการเสวนา

  

  1. อภัย

พระเยซูสอนให้ภาวนาว่า “โปรดอภัยแก่ข้าพเจ้า เหมือนที่ข้าพเจ้าอภัยให้ผู้อื่นที่ทำผิดต่อข้าพเจ้า” พระเยซูให้อภัยแก่ผู้ที่ตรึงพระองค์ อภัยไม่มีขอบเขตเหมือนที่พระเจ้าให้อภัยแก่เราอย่างไม่มีขอบเขต

  

  1. ความเป็นหนึ่ง / ความเป็นชุมชน

มนุษย์ทุกคนมีพระบิดาองค์เดียวกัน มนุษย์จึงต้องสร้างสังคมมนุษย์ให้น่าอยู่  มีความเป็นพี่เป็นน้องกัน มีสายใยยึดเหนี่ยวกันอย่างมั่นคง เราแสดงความเป็นเจ้าของ และมีส่วนร่วมในชีวิตของชุมชนที่เราอยู่

  

  1. ความมหัศจรรย์ใจ / รักษ์ธรรมชาติ

พระเยซูสอนให้เรามองดูดวงดาวบนท้องฟ้า นกที่บินในอากาศ ดอกไม้ในทุ่งหญ้า แล้วมองเห็นความยิ่งใหญ่ของพระผู้สร้างธรรมชาติ มองเห็นความน่าพิศวงของธรรมชาติ ที่ถูกสร้างมาเพื่อให้มนุษย์เอาใจใส่ดูแล เราจึงต้องหวงแหนธรรมชาติ  อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  พิทักษ์โลกของเราให้อนุชนรุ่นหลัง

  

  1. ความหวัง

ความหวังมีพื้นฐานอยู่บนคำสัญญาของพระเยซูว่า พระองค์มาเพื่อกอบกู้มนุษย์ทุกคนให้ได้ความรอดพ้นจากบาป และมีชีวิตนิรันดร์ ความหวังทำให้เรามีความอดทน พากเพียร และมั่นคงในความดี

 

คุณค่าแรก ความเชื่อ เป็นพื้นฐานของทุกคุณค่า

คุณค่ากลุ่มที่ 2-9 เป็นหน้าที่ต่อพระเจ้าและต่อตนเอง

คุณค่าที่ 11 ความรัก เป็นจุดมุ่งหมายของทุกคุณค่า

คุณค่ากลุ่มที่ 12-20 เป็นหน้าที่ต่อผู้อื่นและต่อสิ่งสร้าง

คุณค่าสุดท้าย ความหวัง เป็นความมั่นคงของทุกคุณค่า

  

โรงเรียนคาทอลิกจัดการศึกษาตามหลักคริสตธรรม “เพื่อบริรูปหล่อหลอมมโนธรรมตามคุณธรรมพื้นฐานและถาวร คุณธรรมที่สำคัญคือ คุณธรรมอันเกี่ยวเนื่องกับพระเจ้า ได้แก่ ความเชื่อ ความหวัง และความรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรัก ซึ่งเป็นจิตตารมณ์ที่บันดาลชีวิตและแปรสภาพมนุษย์ผู้เปี่ยมคุณธรรมให้เป็นมนุษย์ตามแบบพระคริสต์” (CS 47)