การประชุมคณะกรรมการจิตตาภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
ครั้งที่ 2/2568
ในวันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00-12.00 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ฝ่ายการศึกษาฯ
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
พ่ออยากให้จิตตาภิบาลได้พิจารณาดู งานจิตตาภิบาลแท้จริงแล้ว ควรจะดูแลเด็กอย่างแท้จริง
ตอนนี้เด็กของพวกเราเป็นเด็กพิเศษมากขึ้น โดยเฉพาะโรคซึมเศร้า เราจะทำอย่างไรกับเด็ก ๆ ของพวกเราที่ต้องกินยายิ่งวันยิ่งเพิ่มขึ้น ทุกวันนี้คุณครูเหนื่อยมาก เพราะถ้าในหนึ่งห้องเรียนมีเด็กแบบนี้สักคนสองคนจะเป็นงานที่หนักมาก อีกทั้งเรื่องสภาวะครอบครัวเด็ก เราจิตตาภิบาลแค่สอนคำสอน จัดกิจกรรมคาทอลิก หรืออื่น ๆ ฯลฯ แต่เรื่องที่เราต้องดูแลชีวิตของเด็กจริง ๆ เราจะทำอย่างไร
ตัวอย่างโรงเรียนพ่อที่ให้นักจิตวิทยาเข้าไปในโรงเรียน เรียกเด็กมาคุยและถึงขั้นต้องพบจิตแพทย์ก็มี บางโรงเรียนมีเด็กที่อยู่ในเคสที่หนักเยอะมาก ปัญหาเรื่องเด็กยุคใหม่ทุกวันนี้ ไม่นิ่ง สอนยาก ไม่มีสมาธิ ถ้ามีก็ส่วนน้อยมาก ถ้าเราจะให้อัตลักษณ์โรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนประกาศข่าวดี แล้วโรงเรียนดูแลเด็กพวกนี้เป็นพิเศษหรือไม่ ผู้ปกครองหลายท่านคาดหวังว่าถ้าเราทำเรื่องนี้ได้ดี ก็จะเป็นคำสอนที่ชัดเจน บางโรงเรียนจัดกิจกรรมไปเยี่ยมบ้านเด็ก นำของไปบริจาคต่าง ๆ แต่ไม่ควรออกข้างนอกแล้ว ควรกลับมาอยู่ที่โรงเรียน บางทีเราก็ไม่รู้ว่าเด็กของเราเองไม่มีเงินกินข้าว บางทีเด็กที่เป็นลูกหลานของเราเองไม่ได้มีเงินพกติดตัวมาโรงเรียน หรือพกมาน้อยมาก ก็เป็นปัญหาหนึ่ง เราออกไปเยี่ยมไปดูแลช่วยเหลือเด็กข้างนอก บ้านเด็กกำพร้า เป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าลืมดูแลเด็กของเราด้วย
จิตตาภิบาลเราไม่ใช่อยู่แค่สร้างผลสรุปที่เป็นตัวอักษร เป็นหนังสือ ทำเอกสารมาน่าชื่นชมมาก เด็กมีคุณธรรมมีอยู่ในหนังสือที่เรารวบรวมไว้เป็นปราสาทสวยงาม เอกสารที่ทำมาอย่างสวยหรู และชื่นชมยินดีกับความสำเร็จที่อยู่ในปราสาทกระดาษที่เราสร้างขึ้น แต่พ่ออยากให้งานจิตตาภิบาลจริง ๆ ต้องเข้าให้ถึงเด็ก เพื่อนครู ผู้ปกครอง โดยเฉพาะเด็กของเราเอง และรู้จักเด็กของเราเองจริง ๆ ว่าพวกเขาเป็นอย่างไรกันแน่ โรงเรียนพ่อมีคูปองให้เด็กไปแลกอาหาร และอุปกรณ์การศึกษา เพราะหลังจากที่ไปเยี่ยมเด็ก ไปรับรู้ปัญหาต่าง ๆ เด็กนักเรียนของเราส่วนหนึ่งก็มีเรื่องที่ยากลำบากเหล่านี้ด้วย
ฉะนั้น เราจิตตาภิบาล เราเน้นเรื่องชีวิตฝ่ายจิต แต่ถ้าเรารักและรับใช้ ประกาศข่าวดี เป็นประจักษ์พยาน ก็อยากให้เรา อย่าลืมเด็กของเราเอง เรารักและช่วยเหลือทุกคนเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าลืมลูกหลานของเราและเพื่อนครูของเรา โรงเรียนพ่อ พ่อก็แอบไปดูซองจดหมายที่ส่งมาโรงเรียน จะมีพวกจดหมายทวงหนี้จากธนาคารต่าง ๆ หรือจดหมายที่เกี่ยวกับการหมุนเงินต่าง ๆ บางทีชีวิตความเป็นอยู่และเด็กมีปัญหาด้วยเรื่องต่าง ๆ พ่อแม่ไม่ได้ดูแล และบางทีครอบครัวคุณครูด้วย
เราทุ่มเทให้กับโรงเรียนเป็นอย่างมาก บางทีก็ละเลยชีวิตครอบครัวตัวเอง ลูกหลานของเราเอง พ่อรู้สึกว่าครูมีงานเยอะมาก งานเอกสารก็เยอะอีก และเราก็เป็นครูระดับมืออาชีพ ที่ทำเอกสารเก่งมากด้วย แต่ชีวิตจริงความเป็นครูต้องอยู่กับเด็ก ก็อย่าละเลย และงานจิตตาภิบาลเราดูแลชีวิตฝ่ายจิตของเด็ก ก็พูดคุยกับเด็กด้วย อยู่กับเด็กด้วย และพ่อเชื่อว่าประจักษ์พยานประกาศข่าวดีที่สำคัญ นั่นคือ เด็กได้รับความรักที่เป็นรูปธรรมจากชีวิตของเรา มากกว่าความรู้ในสิ่งที่เป็นทางการ หรือการเรียนหนังสืออย่างเดียว แต่สิ่งสำคัญคือความดีงามหรือพฤติกรรมของเราที่เราเอาใจใส่เด็ก นั่นจะเป็นการประกาศข่าวดีได้อย่างดี พ่ออยากให้จิตตาภิบาลได้พิจารณาดู งานจิตตาภิบาลแท้จริงแล้ว ควรจะดูแลเด็กอย่างแท้จริง
[ภาพ: อรพรรณ จำปา]
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
More Photos
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
Facebook
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
ShortURL: https://citly.me/suVBn
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
แผนกจิตตาภิบาล
The Education Department of Bangkok Archdiocese
www.edbathai.com







