
จิตตาภิบาล : เอกลักษณ์ของการศึกษาคาทอลิก อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
พันธกิจแห่งความรักและรับใช้
พระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 ในสมณสาสน์ "เริ่มต้นสหัสวรรษใหม่" ในวโรกาสปิด "ปีปีติมหาการุญ ค.ศ. 2000" ข้อ 54 ได้ประกาศสอนว่า สหัสวรรษใหม่จะต้องเริ่มขึ้นในแสงสว่างของพระคริสตเจ้า แต่มิใช่ว่าทุกคนจะได้เห็นแสงสว่างนี้ หากไม่มีผู้ชี้นำทางให้ชีวิต หรือ ดวงตาของเขาให้เปิดออกเพื่อมองเห็น คริสตชนมีหน้าที่อันน่าอัศจรรย์ใจและหนักหน่วงที่จะสะท้อนแสงนี้ นี่คือ "แสงอัศจรรย์" ซึ่งบรรดาปิตาจารย์ของพระศาสนจักรได้เพ่งรำพึง ท่านได้ใช้ภาพลักษณ์นี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพระศาสนจักรขึ้นอยู่กับพระคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นดวงอาทิตย์และพระศาสนจักรเป็นแสงสะท้อน เป็นวิธีแสดงถึงสิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสไว้ เมื่อทรงเรียกพระองค์เองว่า "แสงสว่างส่องโลก" (ยน. 8:12) และทรงขอให้ศิษย์ของพระองค์เป็น "แสงสว่างส่องโลก" (มธ. 5ซ14) ด้วย
จิตตาภิบาล จะต้องทำหน้าที่ประกาศสอน และนำประชาชนให้รู้จักพระคัมภีร์ ดังที่ นักบุญเยโรม สอนเราอย่างแข็งขันว่า "การไม่รู้จักพระคัมภีร์ ก็คือการไม่รู้จักพระคริสตเจ้า" จิตตาภิบาลจึงต้องเอาใจใส่อย่างเข้มแข็งให้ทุกคนได้รู้จักพระคัมภีร์ และให้พระวาจาของพระเจ้านำทางชีวิตมนุษย์ เพื่อให้พวกเขาได้รู้จักพระคริสตเจ้า ดังที่เราเปิดใจของเราน้อมรับการกระทำของพระจิตเจ้า โดยยึดมั่นพระคัมภีร์ (เทียบ ยน. 15:27) เราจึงได้ประสบพบเห็นพระคริสตเจ้า พระวจนาตถ์แห่งชีวิตด้วยตนเอง ได้เห็นพระองค์ด้วยตาม ได้ยินพระองค์ด้วยหู และได้สัมผัสพระองค์ด้วยมือของพวกท่านเอง (เทียบ ยน. 1:1) ดังนี้ หน้าที่ของจิตตาภิบาล จึงต้องมุ่งเน้นการอุทิศตนทำงานเพื่อเปิดตา เปิดใจบุคคล 2 ประเภทเป็นพิเศษ คือ
1. ประชาชนและเยาวชนไทย
2. คนยากจนและด้อยโอกาส
และเปิดตา เปิดใจของสังคมหรือชุมชนให้รู้จักและน้อมรับพระเยซูคริสตเจ้า คือกลุ่มคน 2 กลุ่ม หรือในการอุทิศตนรับใช้ประชาชนในสนามงานแห่งการบริการ 2 ลักษณะ คือ
1. การพัฒนาสังคม
2. การสืบสานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมแบบยั่งยืน
- - -
ที่มาของข้อมูล :
คู่มือแนวทางการพัฒนางานจิตตาภิบาลของโรงเรียนในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ (ฉบับปฏิบัติการขั้นต้น)
จัดทำโดย ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
ส่วนที่ 1 แนวคิด ปรัชญา และแนวนโยบาย หน้า 26 - 27
โดย บาทหลวง ดร.วิวัฒน์ แพร่สิริ







