
(ภาพ : https://heartland-eye.com)
มาทำความรู้จักกับโรคสมาธิสั้น
โรคสมาธิสั้น เป็นกลุ่มความผิดปกติของพฤติกรรม ประกอบด้วย
๐ ขาดสมาธิ
๐ ซน อยู่ไม่นิ่ง
๐ หุนหันพลันแล่น ขาดการยับยั้งใจตนเอง
โดยแสดงอาการอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนทำให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการเรียน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับอายุและระดับพัฒนาการ โดยที่ความผิดปกติดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนอายุ 12 ปี อาการต้องเป็นมาตลอดต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
ข้อสังเกต เด็กสมาธิสั้นแต่ละช่วงวัย
คุณพ่อคุณพ่อคุณแม่จะสังเกตเด็กสมาธิสั้นได้อย่างไรบ้าง
วัยอนุบาล
ในขวบปีแรกเด็กอาจจะมีลักษณะเลี้ยงยาก เช่น กินยาก นอนยาก ร้องกวนมาก มีอารมณ์หงุดหงิด แต่เด็กจะมีพัฒนาการค่อนช้างเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการตั้งไข่ คลาน ยืน เดิน หรือวิ่ง เมื่อเริ่มเดินก็จะซนอยู่ไม่นิ่ง วิ่งหรือปืนป่ายไม่หยุด คุณพ่อคุณแม่อาจคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาเพราะเด็กวัยนี้ต้องซน แต่บางคนอาจจะเหนื่อยจนทนไม่ไหว และเกิดความเครียดอย่างมากในการดูแลเด็ก บ่อยครั้งที่คุณพ่อคุณแม่เองอาจมองไม่เห็นความผิดปกตินี้ เนื่องจากไม่มีโอกาสเปรียบเทียบเด็กกับเด็กคนอื่น ๆ แต่เพื่อน ญาติพี่น้อง หรือครู อาจมองเห็นความซนเกินปกตินี้ได้

(ภาพ : https://hellobaby.hu)
วัยประถมศึกษา
เมื่อเข้าวัยเรียน จะสังเกตได้ว่าเด็กมีสมาธิสั้น วอกแวกง่าย ไม่สามารถนั่งทำงานหรือทำการบ้านได้จนเสร็จ ทำให้มีปัญหาการเรียนตามมา การควบคุมตนเองของเด็กไม่ค่อยดี อาจมีพฤติกรรมก้าวร้าว หงุดหงิดง่าย ทนต่อความคับข้องใจไม่ค่อยได้ ทำให้เกิดปัญหากับเพื่อน ๆ เมื่ออยู่ในห้องรียนก็ไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเพื่อนคนอื่นๆ มักจะรบกวนชั้นเรียน ไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของห้องเรียน

(ภาพ : https://www.phocuswire.com)
วัยมัธยมศึกษา
เมื่อย่างเข้าวัยรุ่น อาการซนอยู่ไม่นิ่งในเด็กบางคนอาจลดลง แต่ความไม่มีสมาธิและขาดความยับยั้งชั่งใจของเด็กจะยังคงอยู่ ปัญหาการเรียนจะหนักขึ้น เพราะอาการขาดสมาธิที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง ด้วยลักษณะที่ชอบ
ความตื่นเต้นท้าทาย เบื่อง่าย ประกอบกับความล้มเหลวตั้งแต่เล็กและความรู้สึกว่าตนเองไม่ดี เด็กอาจจะเกิดพฤติกรรมเกเร รวมกลุ่มกับเพื่อนที่มีพฤติกรรมคล้ายกัน ชักชวนกันทำเรื่องฝ่าฝืนกฎของโรงเรียนจนอาจเลยเถิดไปถึงการใช้สารเสพติดได้

(ภาพ : https://www.todaysparent.com)
โรคนี้พบได้บ่อยแค่ไหน
การสำรวจในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2555 พบว่ามีความชุกประมาณร้อยละ 8 โดยพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง 4-6 เท่า ในห้องเรียนที่มีเด็กประมาณ 50 คน จะมีเด็กสมาธิสั้นประมาณ 4 คน
เพราะอะไรจึงเป็นโรคสมาธิสั้น
มีหลายสาเหตุด้วยกันที่ทำให้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้น
- พันธุกรรม หากคุณพ่อคุณแม่เป็นโรคนี้ ลูกก็จะได้รับยีนที่ถ่ายทอดจากคุณพ่อคุณแม่
- อาจเกิดตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์หรือหลังคลอด เช่น ขาดออกซิเจน อุบัติทางสมอง โรคสมองอักเสบ การได้รับสารพิษ หรือมารดาดื่มสุราขณะตั้งครรภ์
สาเหตุที่กล่าวมาส่งผลให้การทำงานของสมองบกพร่องจากการที่สารเคมีในสมองหลั่งผิดปกติ ได้แก่ สารโดปามีนและเซโรโทนิน
ปัจจุบันเชื่อว่าโรคสมาธิสั้นเป็นความผิดปกติของสมอง ไม่ได้เกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของคุณพ่อคุณแม่ หรือการเลี้ยงดูเด็กผิดวิธี (แต่การเลี้ยงดูที่ผิดวิธีจะทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น)

ที่มาของข้อมูล : เด็กสมาธิสั้น (คู่มือสำหรับพ่อแม่/ผู้ปกครอง) (หน้า 7-12)
สถาบันราชานุกูล
แผนกปฐมวัย
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ







