การฝึกระเบียบแถว – บุคคลท่าอาวุธ Part 2
การฝึกระเบียบแถว เป็นการฝึกให้ลูกเสือเกิดความพร้อมเพรียง มีระเบียบวินัย และความสามัคคีรวมทั้งสามารถฟังและปฏิบัติตามคำสั่งได้
๕. ท่าเฉียงอาวุธ
คำบอก “เฉียง – อาวุธ”
การปฏิบัติ
เมื่อได้ยินคำบอก “เฉียง, อาวุธ” ให้ลูกเสือใช้มือขวายกไม้พลองหรือไม้ง่ามทแยงกับลำตัว และอยู่ห่างจากลำตัวประมาณหนึ่งฝ่ามือ ต้นไม้พลองหรือไม้ง่ามเฉียงขึ้นบนอยู่ประมาณหน้าไหล่ซ้าย ส้นไม้พลองหรือไม้ง่ามอยู่ทางขวาของสะโพกขาขวา มือซ้ายกำสูงเสมอระดับไหล่ซ้าย มือขวากำเสมอแนวเข็มขัดและบีบข้อศอกซ้ายชิดกับลำตัว ท่าเฉียงอาวุธนี้ใช้ในการก่อนวิ่งเข้าแทงที่หมาย หรือลูกเสือจะต้องเคลื่อนที่ในระยะไกล
ท่าเรียบอาวุธ (จากท่าเฉียงอาวุธ) คำบอก "เรียบ – อาวุธ"
การปฏิบัติ ท่านี้แบ่งการปฏิบัติออกได้เป็น ๓ ตอน ดังนี้
ตอนที่หนึ่ง เมื่อได้ยินคำบอก “เรียบ, อาวุธ” ให้ลูกเสือปล่อยมือขวาที่กำไม้พลองหรือไม้ง่ามขึ้นไปกำรอบเหนือมือซ้าย หันฝ่ามือไปทางด้านซ้ายกางข้อศอกขวาออกจนแขนท่อนล่างและแขนท่อนบนขนานกับพื้นระดับ
ตอนที่สอง ปล่อยมือซ้าย แล้วใช้มือขวานำไม้พลองหรือไม้ง่ามลดลงไปอยู่ทางขวาชิดข้างลำตัวทางด้านขวา ให้ไม้พลองหรือไม้ง่ามตั้งดิ่งได้ฉากกับพื้นระดับ ขณะที่ลดไม้พลองหรือไม้ง่ามลงไปอยู่ข้างลำตัวทางขวานั้นให้นำมือซ้ายไปจับไม้พลองหรือไม้ง่ามบริเวณร่องไหล่
ตอนที่สาม ใช้มือขวาที่จับไม้พลองหรือไม้ง่ามอยู่นั้นลดลงจนกว่าส้นไม้พลองหรือไม้ง่ามจะวางอยู่บนพื้นในลักษณะของท่าเรียบอาวุธโดยไม่กระแทก พร้อมกับปล่อยมือซ้ายแล้วสะบัดลงไปอยู่ข้างลำตัวด้านซ้ายอย่างแข็งแรงในท่าตรงแล้วนิ่ง
๖. ท่าแบกอาวุธ
คำบอก “แบก – อาวุธ”
การปฏิบัติ ท่านี้แบ่งออกเป็น ๒ จังหวะ ดังต่อไปนี้
จังหวะที่หนึ่ง เมื่อลูกเสือได้ยินคำบอก “แบก – อาวุธ” ให้ลูกเสือใช้มือขวายกไม้พลองหรือไม้ง่ามขึ้นให้เฉียงผ่านไปทางข้างหน้าลำตัว โดยให้มือขวานำไม้พลองหรือไม้ง่ามเข้าไปในร่องไหล่ซ้าย ยกข้อศอกขวาให้สูงจนแขนท่อนบนและท่อนล่างขนานกับพื้นดิน ในขณะเดียวกัน ให้ใช้ฝ่ามือข้างซ้ายไปรับ ส้นไม้พลองหรือไม้ง่าม กระชับไว้ที่ข้างโคนขาซ้ายตรงแนวตะเข็บขากางเกง แขนซ้ายเหยียดตึงยกอกให้ผึ่งผายส่วนอื่นของร่างกายยังคงอยู่ในลักษณะท่าตรง
จังหวะที่สอง ให้ยกมือซ้ายที่กำสันไม้พลองหรือไม้ง่ามอยู่นั้นขึ้นไปข้างหน้า ให้แขนท่อนซ้ายล่างตั้งได้ฉากกับลำตัวหรือประมาณขนานกับพื้นดิน พยายามบีบและกระชับข้อศอกซ้าย ให้อยู่เสมอแนวสันหลัง ในลักษณะเช่นนี้จะบังคับให้ไม้พลองหรือไม้ง่ามเลื่อนสูงขึ้นไปอยู่ในร่องไหล่ซ้าย โดยใช้มือขวาที่กำไม้พลองหรือไม้ง่ามอยู่นั้นช่วยประคองให้วางอยู่บนร่องไหล่อย่างมั่นคง เมื่อนำไม้พลอง หรือไม้ง่ามขึ้นแบกบนไหล่ได้อย่างมั่นคงแล้วให้สะบัดมือขวาลดลงมาอยู่ในท่าตรงอย่างแข็งแรง ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายยังคงอยู่ในลักษณะท่าตรง

ท่าเรียบอาวุธ (จากท่าแบกอาวุธ) คำบอก “เรียบ – อาวุธ”
การปฏิบัติ ท่านี้แบ่งออกเป็น ๓ จังหวะ ดังต่อไปนี้
จังหวะที่หนึ่ง ยกมือขวาขึ้นจับไม้พลองหรือไม้ง่าม ศอกงอไปข้างหน้าแนวเดียวกับไหล่ พร้อมกับเหยียดแขนซ้ายลดไม้พลองชิดกับลำตัว
จังหวะที่สอง นำไม้พลองหรือไม้ง่ามด้วยมือขวามาไว้ข้างลำตัวในร่องไหล่ขวาขณะเดียวกันยกมือซ้ายขึ้นกันไม้พลองหรือไม้ง่ามที่ร่องไหล่ขวา ปล่อยส้นไม้พลองหรือไม้ง่ามลงจรดพื้นข้างนิ้วก้อยเท้าขวา
จังหวะที่สาม ลดแขนซ้ายลงข้างลำตัวด้านซ้ายและอยู่ในท่าเรียบอาวุธ
๗. ท่าเดิน
ท่าเดินเมื่อถืออาวุธ แบ่งออกเป็น ๓ ท่า คือ ท่าเดินเมื่อแบกอาวุธ ท่าเดินเมื่อคอนอาวุธ และท่าเดินเมื่อเฉียงอาวุธ
ท่าเดินเมื่อแบกอาวุธ ท่าเดินเมื่อแบกอาวุธ แบ่งการฝึกออกเป็น ๓ ท่า คือ ท่าเดินสวนสนาม ท่าเดินตามปกติ และท่าหยุดจากการเดิน
๗.๑ ท่าเดินสวนสนาม
คำบอก การฝึกท่านี้ ผู้ฝึกจะต้องสั่งให้ลูกเสือทำท่าแบกอาวุธเสียก่อนโดยใช้คำบอก “แบก – อาวุธ” เมื่อลูกเสือทำท่าแบกอาวุธเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงสั่งเดินด้วยคำบอก “สวนสนาม, หน้า – เดิน” ซึ่งถือเป็นคำบอกผสม
การปฏิบัติ
เมื่อได้ยินคำบอก “สวนสนาม, หน้า – เดิน” ให้ลูกเสือพยายามจัดท่าแบกอาวุธอย่างมั่นคงด้วยมือซ้ายกดส้นไม้พลองหรือไม้ง่ามและศอกซ้ายแนบชิดกับลำตัวตลอดเวลา พร้อมทั้งเริ่มออกเดินโดยเตะเท้าซ้ายออกไปข้างหน้า ในลักษณะขาเหยียดตึง ปลายเท้างุ้มลงจนรู้สึกว่าหลังเท้าตึง ฝ่าเท้าสูงจากพื้นประมาณ ๑ คืบ แกว่งแขนขวา มือขวานิ้วทั้งห้าเรียงชิดติดกันและเหยียดตึงเฉียงลงไปทางด้านหลังทางขวา หันหลังมือออกนอกลำตัวโดยให้ยืนลักษณะลำตัวยืดตรงยกอก สายตามองตรงไปข้างหน้าในแนวระดับ ในลำดับต่อไปให้ก้าวเท้าขวาเดินต่อไป ในลักษณะเช่นเดียวกับการก้าวเท้าซ้าย ที่เริ่มออกเดินครั้งแรก แล้วก้าวสลับเท้าเดินต่อไปเช่นนี้เรื่อยๆ โดยพยายามรักษาจังหวะความเร็วในการเดินให้สม่ำเสมอ
เมื่อเดินเป็นแถวการก้าวเท้าออกเดินไปข้างหน้าแต่ละก้าวตลอดจนการแกว่งแขนขวาจะต้องกระทำให้พร้อมกันทั้งแถว และลักษณะท่าทางในทุกอิริยาบถของการเดิน ให้องอาจผึ่งผายอยู่เสมอ
๗.๒ ท่าเดินตามปกติ
คำบอก การฝึกท่านี้ผู้ฝึกจะต้องสั่งให้ลูกเสือทำท่าแบกอาวุธเสียก่อน โดยใช้คำบอก “แบก – อาวุธ” เมื่อลูกเสือทำท่าแบกอาวุธเรียบร้อยแล้ว จึงสั่งเดินด้วยคำบอก “หน้า – เดิน”
การปฏิบัติ
เมื่อได้ยินคำบอก “หน้า – เดิน” ให้ลูกเสือเริ่มออกเดินโดยก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าในลักษณะขาเหยียดตึงปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้า ฝ่าเท้าขนานกับพื้นและให้สูงจากพื้นประมาณหนึ่งฝ่ามือ พร้อมกับแกว่งแขนและมือขวาไปข้างหน้าในลักษณะงอข้อศอกเล็กน้อย และมือขวากำหลวมหันหลังมือออกไปด้านหน้าเฉียงขวาโดยข้อมือไม่หักน้ำหนักตัวทั้งหมดอยู่บนเท้าขวา ลำตัวยืดตรงยกหน้าอก สายตามองตรงไปข้างหน้าในแนวระดับเมื่อจะก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าให้สืบเท้าไปให้ได้ระยะก้าวประมาณ ๖๐ ซม. (นับจากส้นเท้าหน้าถึงส้นเท้าหลัง) แล้วจึงจรดส้นเท้าลงไปกับพื้นก่อน ต่อจากนั้นจึงวางปลายเท้าลงไปแนบกับพื้น ในลำดับต่อไปให้เปลี่ยนน้ำหนักตัวทั้งหมดไปอยู่บนเท้าซ้าย แล้วก้าวเท้าขวาออกไปข้างหน้าในลักษณะเดียวกันกับการก้าวเท้าซ้ายออกไปครั้งแรก และในขณะเดียวกันนั้นก็ให้แกว่งแขนและมือขวาไปทางด้านหลังในลักษณะข้อศอกงอเล็กน้อย และมือขวากำหลวมหันหลังมือไปทางด้านหน้าเฉียงขวาโดยข้อมือไม่หักส่วนมือซ้ายยังคงรักษาท่าทางในการแบกอาวุธไว้อย่างมั่นคงลำตัวยืดตรง ยกอก สายตามองตรงไปข้างหน้าในแนวระดับ ในลำดับต่อไปให้ก้าวเท้าขวาเดินต่อไปในลักษณะเช่นเดียวกับการก้าวเท้าซ้ายที่เริ่มออกเดินในครั้งแรก จนกว่าจะได้ก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าอีกครั้งจึงแกว่งแขนและมือขวาไปทางข้างหน้าเช่นเดียวกับเมื่อเริ่มออกเดิน การเดินคงก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมกับแกว่งแขนและมือขวาด้วยวิธีดังกล่าวสลับกันไปเรื่อยๆ โดยพยายามรักษาจังหวะความเร็วในการเดินให้สม่ำเสมอ
คำแนะนำสำหรับผู้ฝึก
ท่าเดินเฉียงอาวุธและคอนอาวุธให้ยึดถือคำบอกและการปฏิบัติ ดังนี้
• ท่าเดินเฉียงอาวุธ จะต้องสั่งเฉียงอาวุธก่อนด้วยคำบอก “เฉียง, อาวุธ” หลังจากนั้น จึงสั่งเดินและปฏิบัติท่าเดินสวนสนามและท่าเดินตามปกติ
• ท่าเดินคอนอาวุธ จะต้องสั่งคอนอาวุธก่อนด้วยคำบอก “คอน, อาวุธ” หลังจากนั้น จึงสั่งเดินท่าเดินตามปกติ
• ในการฝึกท่าเดินเมื่อถืออาวุธนั้น เมื่อผู้ฝึกได้สั่งให้ลูกเสือทำท่าเฉียงอาวุธ และท่าคอนอาวุธ ก่อนที่จะสั่งเดินผู้ฝึกจะต้องกวดขันและตรวจการปฏิบัติจนแน่ใจว่าถูกต้องแล้วจึงสั่งเดิน
• ในระหว่างที่ลูกเสือเดิน ไม่ว่าจะเป็นการเดินสวนสนาม หรือการเดินตามปกติก็ตามผู้ฝึกจะต้องกวดขันและตรวจการปฏิบัติทั้งท่าอาวุธและท่าเดินให้ถูกต้องควบคู่กันไปทั้งสองท่า ไม่ว่าจะฝึกให้ลูกเสือทำท่าเดินเฉียงอาวุธและคอนอาวุธเมื่อใช้คำบอก “แถว – หยุด” แล้ว และไม่ประสงค์จะให้เดินต่อไป ผู้ฝึกจะต้องใช้คำบอก “เรียบ, อาวุธ”
๗.๓ ท่าหยุดจากการเดิน
คำบอก “แถว – หยุด”
การปฏิบัติ ท่านี้แบ่งออกเป็น ๒ จังหวะ ดังต่อไปนี้
จังหวะที่หนึ่ง เมื่อได้ยินคำบอก “แถว – หยุด” พอสิ้นคำบอก “หยุด” ไม่ว่าจะเป็นในขณะที่เท้าข้างใดตกถึงพื้นก็ตามให้ก้าวเท้าอีกข้างหนึ่งเดินต่อไปข้างหนึ่งอีกครึ่งก้าวแล้วหยุดเดิน พร้อมกันนั้นให้โน้มน้ำหนักตัวไปอยู่ที่เท้าหน้า (เท้าที่ก้าวออกไปข้างหน้าอีกครึ่งก้าว) มือและแขนซ้ายนั้นยังคงแกว่งอยู่ในลักษณะสลับกับเท้า ขาทั้งสองตึง ส้นเท้าหลังเปิดและบิดออกไปทางด้านนอกของลำตัวเล็กน้อย
จังหวะที่สอง ชักเท้าหลังมาชิดกับเท้าหน้าพร้อมกับสะบัดมือและแขนซ้ายที่แกว่งอยู่กลับลงไปอยู่ในท่าตรงอย่างแข็งแรงแล้วนิ่ง ในการใช้คำบอกของผู้ฝึกนั้นจะใช้คำบอก “แถว – หยุด” เมื่อเท้าข้างใดข้างหนึ่งของลูกเสือในแถวตกถึงพื้น โดยยึดถือหลักดังนี้ เมื่อใช้คำบอก “แถว” ในขณะที่เท้าข้างใดตกถึงพื้นก็ให้ใช้คำบอก “หยุด” ในขณะที่เท้าข้างนั้นตกถึงพื้นในก้าวต่อไป ตัวอย่างเช่น ใช้คำบอก “แถว” ในขณะที่เท้าข้างขวาของลูกเสือตกถึงพื้นก็ให้ใช้คำบอก “หยุด” ในขณะที่เท้าข้างขวาของลูกเสือตกถึงพื้นในครั้งถัดไป เป็นต้น โดยธรรมดาแล้วลูกเสือแต่ละคนจะมีความถนัดในการใช้เท้าทำท่าหยุดต่างกัน บางคนอาจถนัดนำเท้าขวามาชิดเมื่อหยุดหรือบางคนอาจจะถนัดนำเท้าซ้ายมาชิดเมื่อหยุดก็ได้ ในรายที่ไม่ถนัดย่อมแสดงออกให้เห็น ด้วยการทำท่าหยุดที่ไม่แข็งแรง หรือไม่ทะมัดทะแมง เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการฝึกให้ลูกเสือเกิดความเคยชิน และถนัดใช้เท้าหยุดได้อย่างแข็งแรงทั้งสองเท้า ผู้ฝึกควรจะได้พยายามฝึกให้ลูกเสือทำท่าหยุดจากการเดินด้วยการใช้คำบอก เมื่อเท้าขวาและเท้าซ้ายตกถึงพื้นควบคู่กันไปอยู่เสมอ
๘. ท่าเคารพ (ขณะอยู่กับที่)
แบ่งการฝึกออกเป็น ๓ ท่า คือ ท่าตรงหน้าวันทยาวุธ ท่าทางขวาวันทยาวุธ และท่าทางซ้ายวันทยาวุธ

๘.๑ ท่าตรงหน้าวันทยาวุธ
คำบอก “ตรงหน้า, ระวัง, วันทยา – วุธ”
การปฏิบัติ
ให้ลูกเสือทำจังหวะเดียว ให้ยกแขนซ้ายขึ้นมาเสมอแนวไหล่ ศอกงอไปข้างหน้าให้ตั้งฉากกับลำตัว ฝ่ามือแบคว่ำ รวบนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วก้อยจรดกัน คงเหลือนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางเหยียดตรงและชิดกัน ให้ปลายนิ้วชี้แตะไม้พลองหรือไม้ง่ามในร่องไหล่ขวา
เมื่อเลิกทำความเคารพใช้คำบอก “เรียบ – อาวุธ” ให้ลูกเสือลดแขนซ้ายลงมาอยู่ที่เดิมโดยเร็ว
๘.๒ ท่าทางขวาวันทยาวุธ
คำบอก “ทางขวา, ระวัง, วันทยา – วุธ”
การปฏิบัติ
ให้ลูกเสือทำวันทยาวุธพร้อมกับหันหน้าไปยังผู้รับการเคารพ ตาแลจับผู้รับการเคารพ หันศีรษะตามจนผู้รับการเคารพผ่านหน้าตนไปแล้ว ๒ ก้าว จึงหันหน้ากลับ เมื่อผู้รับการเคารพผ่านพ้นแถว ให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือบอกเลิกทำความเคารพ “เรียบ – อาวุธ”
๘.๓ ท่าทางซ้ายวันทยาวุธ
คำบอก “ทางซ้าย, ระวัง, วันทยา – วุธ”
การปฏิบัติ
ให้ลูกเสือทำวันทยาวุธพร้อมกับหันหน้าไปยังผู้รับการเคารพ ตาแลจับผู้รับการเคารพ หันศีรษะตามจนผู้รับการเคารพผ่านหน้าตนไปแล้ว ๒ ก้าว จึงหันหน้ากลับ เมื่อผู้รับการเคารพผ่านพ้นแถว ให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือบอกเลิกทำความเคารพ “เรียบ – อาวุธ”
ที่มา : คู่มือการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ วิชาระเบียบแถวลูกเสือ
สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน
.............................................................
แผนกกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
.....................................................
ตัดลิงค์ให้สั้นลง : https://citly.me/xzwLK
.....................................................







