
พลังต่อสู้ของผู้ต่ำต้อย
--------------------------------------------
“พระองค์ตรัสแก่ซีโมนว่า
“จงแล่นเรือออกไปที่ลึกและลงอวนจับปลาเถิด”
ซีโมนทูลตอบว่า “พระอาจารย์ พวกเราทำงานหนักมาทั้งคืนแล้ว
จับปลาไม่ได้เลย แต่เมื่อพระองค์มีพระดำรัส ข้าพเจ้าก็จะลงอวน”
(ลูกา 5:4-5)
ข้าพเจ้าเป็นคนขี้อายและไม่กล้าแสดงออกมาตั้งแต่เล็ก
ด้วยความที่ข้าพเจ้าคอยตอกย้ำตัวเองเสมอว่าตนเองด้อยความสามารถกว่าคนรอบข้าง
ดังนั้น ทุกครั้งที่ต้องแสดงความสามารถด้านใดด้านหนึ่ง
ข้าพเจ้าจะรู้สึกประหม่า ตื่นเต้น ไม่มั่นใจและทำมันไม่ได้ดีแม้สักครั้งเดียว
ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้ามีโอกาสร่วมค่ายผู้นำเยาวชน
กิจกรรมหนึ่งของค่ายคือการฝึกเขียนโครงการและการฝึกปฏิบัติ
โดยเป็นผู้นำกิจกรรมให้กับรุ่นน้องหน้าห้องจัดกิจกรรม
ช่วงรอเวลาจัดกิจกรรมต่อจากเพื่อนๆเยาวชน
ข้าพเจ้ารู้สึกได้ถึงความมือเย็น หัวเย็นและชาจนแทบจะไร้ความรู้สึกอื่นใด
ข้าพเจ้าพยายามลำดับสิ่งที่ต้องทำเมื่อต้องออกไปนำกิจกรรมหน้าห้อง
แต่พอถึงคิวของตัวเอง ข้าพเจ้าไปยืนหน้าห้อง ทักทายแนะนำตัว
มือกลับเย็นขึ้นเรื่อยๆ สมองชามากจนไม่รู้ว่าสิ่งที่ต้องพูดและทำต่อไปคืออะไร
ที่ตระเตรียมมาก็มลายหายไปสิ้น กลายเป็นหยาดน้ำตาระเรื่อคลอเต็มสองตา
ก่อนที่จะมีพี่ผู้ดูแลเข้ามาจัดกิจกรรมช่วยเหลือแทนต่อให้
จนมาทำงาน ข้าพเจ้าก็ยังประหม่าทุกครั้งที่ต้องถือไมค์พูดหน้าเวที
หรือแม้กระทั่งพูดต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่คนใดก็ตาม
ข้าพเจ้าก็รู้สึกหวาดกลัว ไม่มั่นใจ เหมือนตัวเราเล็ก และไร้ค่ามากๆ ต่อหน้าผู้อื่น
ทุกเหตุการณ์ ทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า
ข้าพเจ้ามั่นใจว่าเป็นแผนการของพระเจ้าแน่แท้
เพื่อให้ข้าพเจ้าได้พร้อมรองรับประสบการณ์แห่งความเชื่อที่ยิ่งใหญ่กว่า
ที่กำลังจะเข้ามาหาข้าพเจ้าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
เพราะเมื่อข้าพเจ้าได้รับการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งหน้าที่การงานของตนเอง
รวมถึงได้รับการพัฒนา เรียนรู้ ให้พร้อมในงานรับใช้ของพระเจ้า
ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าต้องนำเสนองาน หรือทำกิจการใดที่ต้องแสดงตนเองในที่สาธารณะ
ข้าพเจ้าจะบอกตนเองเสมอว่า “ขอให้เป็นพระเจ้าในทำงานในตัวข้าพเจ้าเถิด”
น่าแปลกที่พลังพิเศษบางอย่างได้รับการถ่ายเทสู่ตัวข้าพเจ้า
แม้มันจะไม่ได้ชัดเจนมากเพราะข้าพเจ้าเองก็ยังต้องฝึกฝนให้มีใจสุภาพมากพอ
ที่จะให้พระเจ้าทำงานในตัวข้าพเจ้าทั้งครบ
และยังมีช่วงเวลาที่ข้าพเจ้าก็หลงลืมไปว่า
ทุกกิจการที่สำเร็จนั้นมาจากพระเมตตาของพระเจ้าทั้งสิ้น
และไม่มีสิ่งใดเลย ที่พระเจ้าทรงกระทำไม่ได้
ในตัวข้าพเจ้า ผู้ซึ่งเป็นผู้รับใช้ที่อ่อนแอของพระองค์
“เพราะไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าจะทรงกระทำไม่ได้”
(ลูกา 1:37)
ข้าพเจ้าคงไม่มีวันที่ดีมากมายเช่นวันนี้ หากข้าพเจ้าไม่ได้เปิดใจรับพระเมตตานั้น
เมื่อคนรอบข้างยอมรับในกิจการงานที่ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้กระทำ
ไม่มีใครอีกแล้วที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าในฐานะศิษย์ของพระคริสต์
แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคนมากมายเข้ามาชื่นชมในกิจการของข้าพเจ้า
แต่ข้าพเจ้าก็รู้ดีว่า หากไร้พระองค์ ลูกก็ทำสิ่งใดไม่ได้เลยจริงๆ
“ข้าพเจ้าเป็นผู้น้อยที่สุดในบรรดาอัครสาวก
และไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นอัครสาวก
เพราะข้าพเจ้าเคยเบียดเบียนพระศาสนจักร”
(1โครินธ์ 15:9)
ถ้าจะว่าไปแล้วเมื่อข้าพเจ้ามาพิจารณาตัวเองดีๆ
แม้ว่าข้าพเจ้าอาจจะไม่ได้เบียดเบียนพระศาสนจักรอย่างชัดเจน
ในด้านการกระทำเฉกเช่นท่านนักบุญเปาโล
แต่หลายครั้งข้าพเจ้าก็เบียดเบียนพระศาสนจักรด้วยการประพฤติตนให้เป็นที่สะดุด
โดยตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม
แบบอย่างของข้าพเจ้าอาจจะทำให้บุคคลรอบข้างไม่สามารถสัมผัสพระเจ้าได้
นั่นแหละจึงเป็นเหตุให้ข้าพเจ้าจำเป็นต้องพิจารณาตนเองอย่างสม่ำเสมอ
และพึงต้องเตือนใจตนเองให้มีใจที่สุภาพถ่อมตนให้มากพอ
ในขณะที่ท่านนักบุญเปาโลผู้มีความสามารถในทุกด้าน
ท่านกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว เอาจริงเอาจัง แต่ท่านก็ยังมีใจสุภาพ นบนอบ ถ่อมตน
ที่จะกล่าวว่า ท่านต่ำต้อยและไม่ดีพอที่จะเป็นอัครสาวกของพระเยซูเจ้า
แล้วข้าพเจ้าเป็นใครกัน จึงจะบอกว่าเป็นศิษย์พระคริสต์ได้เต็มปาก
แต่กิจการยังเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส โอหัง ขาดความสุภาพนบนอบ
ขอให้ลูก มีจิตใจ ใสสะอาด
ปราศจาก ความยโส และโอหัง
รู้นบนอบ ถ่อมตน รู้ระวัง
ไม่พลาดพลั้ง ตั้งใจ ใฝ่ธรรมดี
ทุกกิจการ งานรับใช้ ได้ก้าวหน้า
พระเมตตา พาก้าวไป ในทางนี้
คือทางธรรม นำพา กิจการดี
ใจลูกนี้ พลีมอบ ถวายองค์
ดังนั้นแล้วหากข้าพเจ้าไม่ได้ยึดติดกับพระเจ้า
ข้าพเจ้าก็คงไม่มีสิ่งใดในชีวิตที่น่ายินดีได้เลย
เพราะพลังแห่งการฮึดสู้ของข้าพเจ้า และพลังในการทำหน้าที่รับใช้
ล้วนมาจากพระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาต่อข้าพเจ้าผู้ต่ำต้อยจริงๆ
--------------------------------------------
เติมวิตามินใจด้วยพระวาจา
ไปกับ น้ำผึ้งหวาน
(Theresa Paradee Thescharee)
31-01-2022
Link เพื่อแชร์ >> https://bit.ly/3HeGgCf







