งานสัมมนาครูจิตตาภิบาล ปีการศึกษา 2569
ในหัวข้อ “Step Forward to the New Era:
จิตตาภิบาล ผสานความสัมพันธ์
จงปลูกฝังความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนเท่าที่จะทำได้”
(บสร. 9:14)
ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 7 ถึงวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569
ณ ศูนย์ฝึกอบรมงานอภิบาล บ้านผู้หว่าน จังหวัดนครปฐม
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
แผนกจิตตาภิบาล ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ โดยความร่วมมือจากจิตตาภิบาลเขต 1 จัดงานสัมมนาครูจิตตาภิบาล ประจำปีการศึกษา 2569 ในหัวข้อ “Step Forward to the New Era: จิตตาภิบาล ผสานความสัมพันธ์ – จงปลูกฝังความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนเท่าที่จะทำได้” (บสร. 9:14) ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 7 ถึงวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์ฝึกอบรมงานอภิบาล บ้านผู้หว่าน จังหวัดนครปฐม โดยได้รับเกียรติจากพระอัครสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นประธานวจนพิธีกรรมเปิดงานสัมมนา
งานสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานจิตตาภิบาลในสถานศึกษาให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติงานของฝ่ายการศึกษาฯ เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรในระดับโรงเรียนและระดับเขต ตลอดจนยกระดับสมรรถนะความรู้ ความเชื่อ และความศรัทธาตามอัตลักษณ์การศึกษา
โดยได้รับความร่วมมือจากท่านผู้อำนวยการอนุญาตให้ครูจิตตาภิบาลเข้าร่วมสัมมนาฯ ได้แก่ ครูคำสอน ครูคาทอลิก ครูผู้รับผิดชอบองค์กรนักเรียนคาทอลิก และครูที่ช่วยงานฝ่ายจิตตาภิบาลของโรงเรียน จำนวน 89 คนจาก 24 โรงเรียน คณะกรรมการจัดงานและวิทยากรรวมทั้งสิ้น 107 คน
พระอัครสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประธานวจนพิธีกรรมเปิดงานสัมมนา
ในโอกาสที่เราเริ่มต้นการสัมมนาในวันนี้ พ่อเห็นหัวข้อที่เรามีคือ “Step Forward to the New Era: จิตตาภิบาลผสานความสัมพันธ์ – จงปลูกฝังความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนเท่าที่จะทำได้” (บสร. 9:14)
การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นถือเป็นโอกาสที่ดี เพราะเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เราอยู่กับเพื่อนครู เพื่อนจิตตาภิบาล และผู้อื่นในโรงเรียน ถ้าเรามีทัศนคติที่ดี เราก็จะเดินทางร่วมกันไปได้ด้วยดี เพราะถ้าแบกภาระคนเดียวเราอาจจะไม่ไหว พ่อมีข้อสังเกตที่อยากฝากไว้ อย่างที่หนึ่งคือ อย่าอิจฉาคนบาป อย่าร่วมยินดีกับความสำเร็จของคนอธรรมหรือคนไม่ดี เราไม่ได้รักชอบพออยู่แต่เฉพาะคนที่เรารักชอบพอเท่านั้น แต่ถ้าเราสามารถอยู่ร่วมกันกับทุกคนได้ สามารถเห็นใจผู้ที่ยังไม่เป็นคนดีพร้อม พ่อว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีกว่า เพราะบางครั้งเรามักจะรักแต่คนที่เขารักเรา หรือกินข้าวอยู่แต่กับคนที่เราคุ้นเคยเท่านั้น
อีกคำหนึ่งคือ จงระวัง...ท่านกำลังเดินอยู่กลางบ่วงแร้ว หรือกำลังเดินอยู่บนเชิงเทินของเมือง ซึ่งเป็นเป้าให้ศัตรูยิงได้ง่าย ดังนั้นอะไรที่เป็นอันตรายอย่าไปทำ แน่นอนว่ามันจะเห็นชัดเจน แต่จงมุ่งมั่นปลูกฝังความสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนเท่าที่จะทำได้ เพราะมิตรภาพที่ดีจะทำให้เรามีความสุขที่ยั่งยืน
พ่อจึงคัดเอาจากพระวรสารนักบุญยอห์นบทที่ 15 มา เพื่อให้เรามีทัศนคติที่ดี เพราะความรักคือทัศนคติอย่างหนึ่ง และยังมีความเชื่อและความหวังที่เป็นคุณธรรมหลักในทางเทววิทยา “เชื่อ หวัง และรัก” ดังนั้นที่พระเยซูเจ้าพูดเมื่อวานและวันนี้ ก็คือ ความรักจะทำให้เราสามารถดำรงอยู่ มีคำว่าดำรงอยู่ 3-4 ครั้ง ถ้าท่านดำรงอยู่ในความรักของเรา คำว่าดำรงอยู่ในความรักของพระเยซูเจ้า แปลว่าเราสามารถรักคนอื่นได้ รักพระเจ้าก็รักผู้อื่นได้ ก็จะสามารถมีความยินดี เพราะเหตุผลที่สำคัญคือถ้าเรารวมพลังกัน เรายิ้มได้ ร่วมยินดีได้ อาจจะมีผิดพลาดบ้าง แต่วันนี้ได้มาอยู่ร่วมกันก็เป็นโอกาสที่ดี เป็นมิตรภาพที่ดีต่อกัน เพราะชีวิตเราต้องอยู่ต่อไปเพื่อทำให้ผู้อื่นมีความสุข ทำให้นักเรียน เพื่อนครูของเรามีความสุข เราเป็นเครื่องมือที่ดี
มอบหนังสือชุดชีวิตคริสตังให้กับทุกโรงเรียน
ในงานสัมมนาครั้งนี้ แผนกงานจิตตาภิบาล ได้แจกชุดหนังสือชุดชีวิตคริสตังให้แก่ทุกโรงเรียนในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เพื่อใช้เป็นสื่อในการสอนคำสอนช่วงเช้า
สืบเนื่องจากที่ผ่านมา มีการรายงานว่า บางโรงเรียนของเราไม่ได้จัดให้มีการสอนคำสอนในช่วงเช้าชัดเจนหรือทุกเช้า แต่ใช้เวลาดังกล่าวเป็นชั่วโมงโฮมรูม ซ้อมพิธีต่าง ๆ ตรวจและส่งการบ้าน เป็นต้น
ดังนั้น การแจกหนังสือชุดชีวิตคริสตัง ในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้โรงเรียนนำไปใช้ในการสอนคำสอน และเพื่อให้การสอนคำสอนในโรงเรียนของเรามีระบบและทิศทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แผนกจิตตาภิบาล จะดำเนินการสำรวจไปยังแต่ละโรงเรียนเกี่ยวกับการสอนคำสอนช่วงเช้า เพื่อประเมินว่าการใช้หนังสือชีวิตคริสตัง เป็นอย่างไร มีประเด็นใดที่ควรปรับปรุงแก้ไข เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาสื่อการสอนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
ในงานสัมมนาครูจิตตาภิบาลครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่พวกลูกได้ร่วมชื่นชมยินดีกับ คุณพ่อเปโตร สุพจน์ ฤกษ์สุจริต ในโอกาสที่สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งพระสังฆราชแห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่
ในนามของคณะผู้จัดงานและพี่น้องครูจิตตาภิบาล คุณครูปัญญา บุตรสละ ตัวแทนคณะครูจากโรงเรียนมาลาสวรรค์พิทยา เป็นผู้กล่าวแสดงความยินดี ณ โอกาสนี้
กราบเรียน คุณพ่อเปโตร สุพจน์ ฤกษ์สุจริต
ในโอกาสที่คุณพ่อได้รับการประกาศแต่งตั้งเป็นพระสังฆราชแห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่
ครั้งแรกที่พวกเราได้ทราบข่าวผ่านทางข้อความต่าง ๆ เราทุกคนต่างรู้สึกดีใจและร่วมชื่นชมยินดีกับคุณพ่อเป็นอย่างยิ่งครับ ในขณะที่พวกเราทุกคนดีใจกันขนาดนี้ ก็ไม่แน่ใจว่าคุณพ่อจะแอบหนักใจอยู่บ้างหรือเปล่าครับ เพราะพวกเราเข้าใจดีว่า ในความรู้สึกของคุณพ่ออาจมีความกังวลใจอยู่บ้าง กับภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบ แต่พวกเราเชื่อมั่นว่าไม่ว่าปัญหาหรืออุปสรรคใดที่คุณพ่อต้องเผชิญ ทุกอย่างจะเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้าเสมอ
พวกเราคณะครูจิตตาภิบาล ขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อ โดยอาศัยพระพรที่ได้รับจากศีลบวช โปรดช่วยให้คุณพ่อได้ทำหน้าที่นายชุมพาบาลที่ดี นำพาฝูงแกะแห่งเชียงใหม่ไปสู่ความสำเร็จต่อไป
ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ
โอวาทจากคุณพ่อเปโตร สุพจน์ ฤกษ์สุจริต
คุณพ่อทัศมะ คุณพ่อทุกท่าน และบรรดาครูจิตตาภิบาลทุกท่าน
ขอบคุณสำหรับการแสดงความยินดีกับตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย พี่ปัญญาก็อยู่ที่บ้านเณรด้วยกันก็มีความคุ้นเคยกันและเป็นตัวแทนกล่าว ว่าพวกเรายินดี พ่อยินดีด้วยหรือเปล่า ก็เป็นความยินดีอีกหนึ่งอย่างพ่อก็ยังงงกับตัวเองอยู่ ณ เวลานี้ เป็นเวลาอธิบายถ้อยคำ เป็นความรู้สึกต่าง ๆ แต่ในส่วนหนึ่งก็มีความคิดว่าถ้าเราจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้ให้กับพระศาสนจักรก็ยินดีที่จะทำ มันเป็นความไว้วางใจที่ผู้ใหญ่ได้มอบหมาย พ่อจะทำเต็มที่ แน่นอนที่สุดการทำงานของพระองค์จะมีความรู้สึกที่มันระคนกันต้องเผชิญกับสิ่งต่าง ๆ เรื่องของอุปสรรคปัญหานั้นเป็นส่วนหนึ่งของงาน พ่อไม่ได้ห่วงอะไรเพราะเจ้าของงานคือพระผู้เป็นเจ้า เราเป็นแค่เครื่องมือเล็ก ๆ ของพระเจ้า ที่พร้อมจะทำหน้าที่ของตัวเองให้เกิดประโยชน์เต็มที่ ในเวลา พระพร ความสามารถ ที่พระเจ้าประทานให้ พ่อเชื่อว่าเพียงพอแล้ว มีความสุขใจแล้ว จะดี จะสำเร็จ ก็ขึ้นกับสิ่งที่พระเจ้าพระองค์ทรงมีพระประสงค์ ทุกอย่างพระองค์ก็มีแผนการ พ่อวางทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในพระปรีชาญาณของพระที่มองเห็นทุกสิ่ง พระองค์อยู่เหนือกาลเวลาและพระองค์อยู่ในทุกสิ่งและทุกสิ่งก็อยู่เบื้องหน้าของพระองค์อยู่แล้ว ฉะนั้นแผนการของพระก็เป็นสิ่งที่เราน้อมรับด้วยความสุภาพ ที่จริงพ่อเป็นคนมีความรู้สึกว่าเราไม่เหมาะสมและก็ต่ำต้อยด้วยที่จะต้องมารับหน้าที่รับผิดชอบนี้ แต่วางใจในพระพรของพระและพระองค์ก็จะสนับสนุนเรา
และเมื่อเป็นพระประสงค์ของสมเด็จพระสันตะปาปาที่มอบหมายให้รับผิดชอบหน้าที่นี้ พ่อขอใช้พระพรที่พระเจ้าประทานให้อย่างสุดความสามารถเพื่อความดีของส่วนรวม คิดว่าเป็นความรู้สึกที่พอบรรยายได้ในขณะนี้ พ่อก็ขอคำภาวนาจากพวกเราและก็ยินดีต้อนรับสู่เชียงใหม่ (เสียงปรบมือ) เชียงใหม่เป็นดินแดนที่สวยงามเต็มไปด้วยหุบเขาป่าไม้และวัฒนธรรมประเพณีที่งดงาม มีพี่น้องที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมประเพณีที่สวยงามประกอบกันขึ้นเป็นดินแดนที่เรียกว่ามีอัตลักษณ์ พ่อเชื่อและมองเห็นว่าที่นั่นพ่อจะได้ไปเรียนรู้ความดีของเขา ไปศึกษาสิ่งที่เขาสั่งสมมาในแต่ละ Generation ธรรมประเพณีของแต่ละชาติพันธุ์ที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเป็นสังฆมณฑลเชียงใหม่ เชื่อว่าเป็นสิ่งที่พระเป็นเจ้าได้ทรงจัดสรรไว้อย่างงดงาม พ่อก็จะไปเรียนรู้ถึงการสร้างสรรค์ของพระองค์ผ่านทางผู้คน หน้าที่ที่พ่อไปทำคือไปรับใช้ จะทำยังไงให้พระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นปึกแผ่นและเจริญก้าวหน้ามั่นคง พ่อขอคำภาวนาและความสนับสนุนจากพวกเราจิตตาภิบาลทุกคน อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ก็ได้จัดเรื่องนี้ไว้เป็นปึกแผ่น เจริญก้าวหน้ามาหลายสิบปีโดยการทุ่มเททำงานของผู้รับผิดชอบในช่วงต่าง ๆ ยิ่งในยุคนี้ของคุณพ่อทัศมะทำให้ทุกสิ่งเจริญก้าวหน้า และมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน พ่อก็หวังว่าจะแบ่งให้ทางสังฆมณฑลเชียงใหม่ก็ได้นะ (ทุกคนหัวเราะ) เราช่วยกันเพราะว่าเราก็คือพระศาสนจักรเดียวกัน ขอบคุณครับ
คุณพ่อทัศมะ กิจประยูร ประธานกลุ่มงานจิตตาภิบาล กล่าวปิด
ในนามของจิตตาภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ พ่อขอขอบคุณคุณพ่อวรพจน์ที่ได้กรุณาจัดเตรียมงานนี้ขึ้นมา ตั้งแต่ก้าวแรกที่เริ่มคิดเริ่มทำ เมื่อตอนที่พ่อได้ถามไป คุณพ่อก็ตอบ "รับ" ทันที จนกระทั่งงานออกมาเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เห็นในวันนี้
ตลอดงานสัมมนา พ่อเห็นพวกเรามีรอยยิ้ม มีความสนุกสนาน และพ่อเชื่อมั่นเหลือเกินว่าพวกเรามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นต่อกันมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามจุดประสงค์หลักที่อยากให้พวกเราได้มาเรียนรู้ร่วมกันในการสัมมนาครั้งนี้ พ่อจึงขอขอบคุณคุณพ่อวรพจน์เป็นพิเศษ รวมถึงทีมงาน และคุณครูทุกท่านด้วยใจจริงครับ
พ่อรู้ดีว่าช่วงนี้ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ทุกคนมีงานเยอะแยะมากมาย พ่อเองก็พยายามสอบถามและมองหาช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด จนสุดท้ายก็ได้มาเป็นช่วงนี้ ซึ่งก็เข้าใจดีว่าทั้งคุณครูและคุณพ่อเองต่างก็ยังมีภาระงานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง พ่อจึงขอขอบคุณคุณครูทุกท่านเป็นอย่างยิ่งที่มาร่วมสัมมนา และให้ความร่วมมือกับอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เสมอมา
พ่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในอนาคตจะยังได้รับความร่วมมือจากทุกท่านเช่นนี้ต่อไป เมื่อคุณครูกลับลงไปที่โรงเรียน หรือลงไปในเขตงาน พ่อขอฝากความหวังในการร่วมกันสร้างสรรค์งานจิตตาภิบาลในโรงเรียนให้เติบโตงอกงาม และเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ขอพระเจ้าอวยพรคุณครูทุกท่านครับ
คุณพ่อวรพจน์ วิสิฐนนทชัย ประธานจัดงาน กล่าวปิด
สวัสดีคุณพ่อ และคุณครูทุกท่านครับ
คุณครูคงจะสังเกตเห็นนะครับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาผมมักจะหลบๆ ซ่อนๆ และดูขัดเขินอยู่บ้าง เพราะส่วนใหญ่ผมก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่ได้ทำอะไรโดดเด่นเลยครับคุณครู ส่วนเรื่องที่พ่อทัศมะได้ชมผมมาทั้งหมดนั้น ความดีความชอบต้องยกให้ทีมงานคณะกรรมการเขต 1 ทุกท่านครับ...
เมื่อคืนรวมทั้งวันนี้ด้วย ยิ่งผมเห็นคุณครู ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเราเล็กนิดเดียว พ่อไม่มีความสามารถอะไรเลยครับ คุณพ่อทั้งสามท่านที่อยู่ตรงนี้ล้วนมีความสามารถกันทั้งนั้น ถ้าให้ผมขึ้นไปพูดข้างบนป่านนี้งานคงล่มไปตั้งแต่แรกแล้ว อันนี้ผมถือว่าเป็นเพราะพระจิตเจ้าลงมานำทางเราเท่านั้นเองครับ เมื่อคืนไม่รู้ว่าคุณครูไปเอาพละกำลังมาจากไหนมากมาย มีพระพรพิเศษ หรือว่าเก็บกดกันมาหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ (ทุกคนหัวเราะ) เพราะเห็นทุกคนปล่อยพลังกันเต็มที่เลย แต่พ่อเชื่อว่านั่นคือเรื่องของ "พละกำลัง" ความสนุกสนานสดใสที่พวกเราได้มาเจอกัน มันทำให้เกิดพลังมากขึ้น และผมเชื่อว่าคุณครูจะมีกำลังใจมากขึ้นด้วยครับ
หลังจากจบงานนี้ เมื่อคุณครูกลับไปโรงเรียน บรรยากาศอาจจะกลับไป "มาคุ" เหมือนเดิม หรืออาจจะยิ่งกว่าเดิม หรือเท่าเดิม พ่อก็ไม่รู้นะครับ... แต่พ่อเชื่อมั่นว่า คุณครูได้รับพละกำลังไปจากสองวันนี้แล้ว และเราได้รับรู้ร่วมกันว่า "เรามีเพื่อนร่วมทาง" ไปด้วยกันครับ
พระเยซูเจ้าทรงตรัสว่า "พระองค์ทรงเลือกเรา" คุณครูทุกคนถูกเลือกและถูกส่งไปทำงานของพระองค์ สิ่งสำคัญคือกิจการที่คุณครูทำ พระองค์บอกว่ากิจการนั้นจะคงอยู่ตลอดไป สิ่งที่ครูใส่ให้ลูกๆ ลูกศิษย์ของครู ไม่ว่าจะเป็นความรู้หรือคำสอนเปรียบเสมือน "ยา" และ "ภูมิคุ้มกัน" ที่บ่มเพาะให้เขา แม้ผลมันจะไม่ได้เกิดในทันที แต่มันจะค่อย ๆ เจริญเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน
ฉะนั้น... คุณครูอย่าเพิ่งท้อแท้ อย่าเก็บกดความเหนื่อยไว้ แต่ขอให้ปลดปล่อยพลังด้านดีออกมานะครับ ขอพระเจ้าอวยพรคุณครูทุกท่าน สวัสดีครับ
ตัวแทนคณะครูกล่าวขอบคุณ
กล่าวขอบคุณ พระอัครสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประธานวจนพิธีกรรมเปิดงานสัมมนา
โดยตัวแทนจากคณะกรรมการเขต 1 คุณครูปรียารัตน์ ศรจันทร์ โรงเรียนกุหลาบวิทยา
กล่าวขอบคุณ คุณพ่อเอกมัย เหลือหลาย วิทยากรหัวข้อ จิตตาภิบาล & จิตวิญญาณ
โดยตัวแทนจากเขต 1 คุณครูสุรเทพ นิยมจ้อย โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา
กล่าวขอบคุณ คุณพ่อสุรศักดิ์ อัมพาภรณ์ วิทยากรหัวข้อ ความหวังใหม่ ก้าวทันใจ จิตตาภิบาล
โดยตัวแทนจากเขต 3 คุณครูณิชชา ผิวเกลี้ยง โรงเรียนพระแม่สกลสงเคราะห์
กล่าวขอบคุณ คุณพ่อรัฐพล งามอัฌชา และอาจารย์ ดร.มลธวัฒน์ กิจสวัสดิ์ วิทยากรหัวข้อ กิจกรรมเสริมพลัง ความหวังใหม่ขององค์กร
โดยตัวแทนจากเขต 4 คุณครูวิไลวรรณ ปักใคหัง โรงเรียนเซนต์เทเรซา
กล่าวขอบคุณ คุณพ่อเทวฤทธิ์ สุขเกษม วิทยากรหัวข้อ ความหวังของคนรุ่นใหม่ กับบทบาทหน้าที่ความเป็นครูจิตตาภิบาล
โดยตัวแทนจากเขต 5 คุณครูศุภมิตร ศศิวิมล โรงเรียนเซนต์แอนดรูว์
กล่าวขอบคุณ คุณพ่อวิทวัฒน์ แก้วแหวน วิทยากรหัวข้อ องค์กรคาทอลิกกับงานอภิบาลเยาวชน
โดยตัวแทนจากเขต 6 คุณครูวันสมภพ บุตรสละ โรงเรียนราษฎร์บำรุงศิลป์
กล่าวขอบคุณ คุณพ่อทัศมะ กิจประยูร และคุณพ่อวรพจน์ วิสิฐนนทชัย
โดยตัวแทนจากเขต 2 คุณครูภารดี เทศชารี โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์
ช่างภาพตลอดงานสัมมนา
คุณครูศิริวิมล บัวจูม โรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา
คุณครูสมนึก วงศ์เชิดศักดิ์ โรงเรียนเซนต์ราฟาแอล
คุณวีรวิชญ์ รัศมีบุญสิทธิ์ ฝ่ายการศึกษาฯ
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงาน.pdf
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
268 ภาพจากกล้องคุณครูศิริวิมล
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
476 ภาพจากกล้องคุณครูสมนึก
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
492 ภาพจากกล้องคุณวีรวิชญ์
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
90 ภาพWeb&FBจากล้องคุณวีรวิชญ์
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
Facebook
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
ตัดลิงก์ให้สั้นลง: https://citly.me/3vHZk
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
แผนกจิตตาภิบาล
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
The Education Department of Bangkok Archdiocese
www.edbathai.com







