สถานที่ติดต่อ

122/9 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์

ยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

เวลาทำการ

เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์

หยุด เสาร์ - อาทิตย์

ติดต่อเพิ่มเติม

โทร : 02-681-3840-4

อีเมล์ : edba.thai@gmail.com

18 p

การศึกษาที่แท้จริงในมุมมองพระศาสนจักร

 

1. แนวความคิดและข้อสรุปจากเอกสารของพระศาสนจักร

1) มุมมองของสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2

1.1 การอบรมตามหลักพระคริสตธรรม (Gravissimus Educationis) (เอกสารของสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2)

ก. ประเด็นที่ 1

  • พระศาสนจักรมีสิทธิที่จะช่วยมนุษย์ให้มุ่งสู่ความศักดิ์สิทธิ์ อาศัยสถาบันการศึกษาของพระศาสนจักร

ข. ประเด็นที่ 2

  • เป้าหมายของการศึกษามุ่งพัฒนามนุษย์ทุกด้าน
  • ความร่วมมือของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ช่วยทำให้การพัฒนาเด็กสมบูรณ์ขึ้น

ค. ประเด็นที่ 3

  • สถาบันการศึกษาคาทอลิกตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณค่าแห่งพระวรสาร
  • ครูคาทอลิกเป็นผู้ประกาศและสื่อของคุณค่าพระวรสาร
  • นักเรียนคาทอลิกมีสิทธิที่จะเรียนคำสอนอย่างเพียงพอ

1.2 เอกสาร 3 ฉบับ หลังสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2

1.2.1) คู่มือการสอนคำสอนทั่วไป (Ad Norman Decreti) ประกาศโดยกระทรวงด้วยเรื่องพระสงฆ์ เมื่อ 11 เมษายน ค.ศ.1971

มีเอกสารที่สนับสนุนเรื่องการสอนคำสอน ดังนี้

ก. “ศาสตร์แห่งการสอนคำสอน” จากการประชุมสมัชชาพระสังฆราช ครั้งที่ 5 ปี ค.ศ.1977

ข. สมณสาสน์การสอนคำสอนในยุคปัจจุบัน (Catecesi Tradendae) ปี ค.ศ.1979

ค. “มิติทางศาสนาของการศึกษาในโรงเรียนคาทอลิก” โดยสมณกระทรวงเพื่อการศึกษาคาทอลิก ปี ค.ศ.1988 เน้นบรรยากาศของความเป็นครอบครัวในโรงเรียนคาทอลิก

สาเหตุของการปฏิรูปการสอนคำสอนไม่ประสบความสำเร็จ

  • บางโรงเรียนไม่เข้าใจจุดประสงค์ของการปฏิรูปเรื่องการสอนคำสอน ครูไม่มีโอกาสพัฒนาทักษะการเรียนคำสอน
  • บางโรงเรียนไม่ให้ความสำคัญกับการสอนคำสอนในโรงเรียน ไม่มีครูคำสอนในโรงเรียน
  • มีช่องว่างระหว่างบทบาทของพ่อแม่ ที่ยังเน้นระบบท่องจำอย่างเดียว กับระบบใหม่ที่เน้นการเรียนคำสอนเพื่อชีวิต

1.2.2) บทบาทของโรงเรียนคาทอลิก (Catholic School) เอกสารของสมณกระทรวงเพื่อการศึกษาคาทอลิก 24 มิถุนายน ค.ศ.1977

  • เอกลักษณ์ของโรงเรียนคาทอลิกที่หายไป เพราะเน้นด้านวิชาการและความสำเร็จ
  • เน้นการแข่งขัน เป็นการสร้างความเห็นแก่ตัว
  • โรงเรียนคาทอลิกควรเน้นให้นักเรียนไม่เห็นแก่ตัว แต่พึงมีความรับผิดชอบต่อสังคม

1.2.3) บทบาทของฆราวาสในโรงเรียนคาทอลิก (The Catholic Laity) เอกสารของสมณกระทรวงเพื่อการศึกษาคาทอลิก 15 ตุลาคม ค.ศ.1982

  • เน้นบทบาทของครูคาทอลิกในโรงเรียน การเจริญชีวิตเป็นประจักษ์พยาน การอุทิศตนของครู ฆราวาส ในการพัฒนาตัวนักเรียน

 

2) องค์ประกอบของการศึกษาคาทอลิก

การศึกษาคาทอลิกควรมีเอกลักษณ์ 5 ประการ ดังนี้

2.1) มุ่งเพื่อพัฒนานักเรียนทุกด้าน : สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ สังคม ร่างกาย

- การพัฒนาทางด้านสติปัญญาของเด็กไทยยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล

- ไม่สามารถคิดและตัดสินใจเพื่อแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ใช้ภาษาไทยเพื่อบรรยายความคิดอยู่ในระดับต่ำมาก

- ด้านภาวะจิตใจและอารมณ์ เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว เก็บกด

สาเหตุ :

- เพราะขาดอาหาร

- เพราะขาดแรงกระตุ้น

- เพราะขาดการศึกษาปฐมวัย

คำถามสำหรับทุกคน :

1) เราควรสนใจนักเรียนที่ไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์เพียงใด?

2) ควรมีการแนะแนวนักเรียนอย่างไร?

3) ควรเอาใจใส่นักเรียนไม่ทันคนอื่นอย่างไร?

 

“เพราะพระจิตเจ้าจะทรงสอนท่านในเวลานั้นว่าจะต้องพูดอะไร”

(ลก. 12:12)

 

2.2) มุ่งสร้างมโนธรรมที่ถูกต้อง

- โรงเรียนต้องอบรมนักเรียนให้รู้จักเลือกคุณค่าที่ถูกต้อง

- ความร่วมมือของโรงเรียน ครอบครัว สื่อมวลชน

- นักเรียนขาดแบบอย่างที่ดี

- โรงเรียนคาทอลิกควรสอนคำสอนให้ความรู้ทางด้านศาสนา และพัฒนามโนธรรมให้ถูกต้อง

คำถามสำหรับทุกคน :

1) ควรสอนให้นักเรียนมีความเชื่อในพระเยซูเจ้า และเลียนแบบพระองค์หรือไม่?

2) ควรจัดกิจศรัทธาเพื่อเสริมสร้างความเชื่อหรือไม่?

3) ควรสอนนักเรียนให้มีมโนธรรมที่ถูกต้องหรือไม่?

4) ควรสอนนักเรียนให้เลือกคุณค่าที่ถูกต้อง เนื่องจากอิทธิพลของสื่อมวลชนหรือไม่?

5) ผู้บริหารและครูควรเป็นรูปแบบแก่นักเรียนในเรื่องความรัก ความเมตตา

 

“ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวดีให้มนุษย์ทั้งปวง”

(มก. 16:15)

 

2.3) มุ่งสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม

- โรงเรียนควรสอนนักเรียนให้มีส่วนร่วมในการสร้างความดีให้สังคม

- ไม่ควรกดดันนักเรียนเพื่อผลเลิศทางด้านวิชาการอย่างเดียว

- แต่เป้าหมายของโรงเรียนคาทอลิกต้องอบรมนักเรียนให้มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ความห่วงใยในเรื่องความยุติธรรมและเมตตาธรรม นั่นคือความเสียสละ

- ควรส่งเสริมนักเรียนให้ใช้ความสามารถพิเศษและพรสวรรค์ เพื่อความดีของสังคม

คำถามสำหรับทุกคน :

1) นักเรียนมีโอกาสสัมผัสคนยากจน และแสดงเมตตาจิตต่อผู้ยากไร้ ขัดสน หรือไม่?

2) นักเรียนมีโอกาสวิเคราะห์ปัญหาสังคม เรื่องความอยุติธรรมหรือไม่?

3) เราได้สร้างบรรยากาศของความเป็นครอบครัวและความเป็นพี่น้องกันหรือไม่?

4) ผู้ด้อยโอกาสมีโอกาสเรียนในโรงเรียนเราหรือไม่?

 

“พระเยซูเจ้าทรงเรียกศิษย์สิบสองคนเข้ามาพบ

ประทานอำนาจให้เขาขับไล่ปีศาจ

ให้รักษาโรคและความเจ็บไข้ทุกชนิด”

(มธ. 10:1)

 

2.4) มุ่งสร้างการเจริญชีวิตตามคุณค่าแห่งพระวรสาร

- พระสงฆ์ นักบวชชาย-หญิง ควรเป็นสัญลักษณ์ของครอบครัว

- การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูและลูกศิษย์

- เอกลักษณ์ของบรรยากาศความเป็นครอบครัวในโรงเรียนคาทอลิก

- มีวิสัยทัศน์ตรงกัน

- มีความสัมพันธ์ฉันพี่น้องในระหว่างบุคากรทุกระดับ

- มีจิตตารมณ์ของความร่วมมือทุกระดับ

- ความเอาใจใส่นักเรียนเป็นรายบุคคล

- มีจิตตารมณ์ของความซื่อสัตย์ สุจริต ขยันหมั่นเพียร ยุติธรรม

คำถามสำหรับทุกคน :

1) บุคลากรในโรงเรียนเข้าใจวิสัยทัศน์ตรงกันหรือไม่?

2) ความสัมพันธ์ระหว่างครูในโรงเรียนเป็นอย่างไร

3) ความร่วมมือเป็นอย่างไร?

4) ครูมีเวลาให้คำแนะนำนักเรียนในการแก้ปัญหาหรือไม่?

5) มีขบวนการสร้างจิตตารมณ์ความซื่อสัตย์ สุจริต ขยันหมั่นเพียร ยุติธรรมอย่างไร?

 

“สิ่งที่เราบอกท่านในที่มืด

ท่านจงกล่าวออกมาในที่สว่าง

สิ่งที่ท่านได้ยินกระซิบที่หู

จงประกาศบนดาดฟ้าหลังคาเรือน”

(มธ. 10:27)

 

“อำนาจใดใดในโลกนี้ ไม่เห็นมีเปรียบปานการศึกษา

สร้างคนหาค่ามิได้ในโลกา ขึ้นจากผู้ที่หาค่าไม่มี”

(ม.ล. ปิ่น มาลากุล)

 

2.5) มุ่งพัฒนาครู เพื่อพัฒนานักเรียน

- ปัญหาของครูทั้งเรื่องส่วนตัวและส่วนรวม

- ขาดพลังในการพัฒนา

- มีภาพการณ์ต่าง ๆ ที่ฆราวาสคาทอลิกประสบในการทำงานในโรงเรียน หลายครั้งรู้สึกโดดเดี่ยว

- หรือถูกเข้าใจผิด ผลที่ตามมาคือ ความรู้สึกห่อเหี่ยว และอาจทิ้งความรับผิดชอบของตนเอง

- การให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดีต่อครู เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

คำถามสำหรับทุกคน :

1) ครูในโรงเรียนของเราได้รับผลตอบแทนที่ยุติธรรมหรือไม่?

2) ครูมีเวลาพักหรือไม่?

3) ครูได้รับการเอาใจใส่ในเรื่องส่วนตัวและครอบครัวหรือไม่?

4) ครูได้รับการพัฒนาด้านวิชาชีพและจิตใจหรือไม่?

 

“พระองค์จึงทรงแต่งตั้งอัครสาวกสิบสองคน

ให้อยู่กับพระองค์

และเพื่อจะทรงส่งเขาออกไปเทศน์สอน”

(มก. 3:14)

 

 

2. พระศาสนจักรเป็นเครื่องหมายและเครื่องมือแห่งความรอด

2.1) ทำไมต้องแพร่ธรรม ?

ก. เสียงเรียกร้องจากความเชื่อในพระคริสตเจ้า

            “การประกาศพระวรสารนั้นแท้จริงแล้ว ไม่ได้ให้ตำแหน่งอันรุ่งโรจน์อย่างใดเลย แต่เป็นความจำเป็น  ซึ่งตกมาเป็นภาระของข้าพเจ้า วิบัติจงเกิดแก่ข้าพเจ้า หากข้าพเจ้ามิได้ประกาศพระวรสาร” (เทียบ 1คร.9:16)

ข. ความรอดเป็นสิ่งที่ถูกเสนอแก่มนุษย์ทุกคน

            “ความรอดเป็นสากล เป็นของทุกคน เราไม่อาจเพิกเฉย แต่ต้องออกไปประกาศ” (เทียบ กจ.4:20)

ค. เราประกาศองค์พระเยซูเจ้า

            “พวกท่านจงไปสั่งสอนนานาชาติ ล้างบาปให้เขาในนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต เราจะอยู่กับท่านจวบจนสิ้นพิภพ” (เทียบ มธ.28:19-20)

2.2) บุคคลเป้าหมายของการแพร่ธรรม

2.2.1 พวกคริสตชนที่ดี (Pastoral)

            - การอภิบาลเพื่อหล่อเลี้ยงความเชื่อ

            - เป็นผู้ขยายงานแพร่ธรรม

2.2.2 พวกคริสตชนที่ทิ้งวัด (Re-evangelization)

            - การฟื้นฟูชีวิตคริสตชน อาศัยการติดต่อส่วนตัวและจัดกิจกรรมด้วยกัน

            - เป็นลูกแกะที่หายไป

2.2.3 พวกคนต่างศาสนา (Ad Gentes)

            - งานธรรมทูตต่อคนต่างศาสนา อาศัยการตั้งกลุ่มคริสตชน และวิธีการต่าง ๆ

            - บุคคลที่ห่างไกลความเชื่อ

2.3 ใครเป็นผู้แพร่ธรรม

            1) พระศาสนจักร “พระคริสตเจ้าทรงมอบหมายให้พระศาสนจักรมีหน้าที่ประกาศพระวรสารแก่มนุษย์ทุกคน” (AG.15)

            2) พระสันตะปาปา ในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งจากอัครสาวก

            3) พระสังฆราชและพระสงฆ์  พระสังฆราชเป็นผู้สืบตำแหน่งจากอัครสาวก พระสงฆ์ในฐานะผู้ช่วยพระสังฆราช

            4) นักบวชชาย-หญิง  เป็นผู้ถวายตัวและถือศีลบน 3 ประการ  อุทิศตนและเจริญชีวิตตามหลักพระวรสาร

            5) ฆราวาส พวกเขาเจริญชีวิตในโลก แต่มิได้เป็นของโลก  การเจริญชีวิตตามคุณค่าพระวรสาร

 

คำถามสำหรับตัวเอง

1) ฉันมีภาระหน้าที่ต้องประกาศพระองค์อย่างไร ในฐานะเป็นพระสงฆ์ นักบวชชาย-หญิง และฆราวาส?

2) ทรัพยากรต่าง ๆ ที่ฉันมีในวัดและสถานศึกษานั้น ไม่ว่าจะ บุคลากร อาคารสถานที่ วัสดุเครื่องใช้ไม้สอย ฯลฯ ฉันได้ใช้เพื่อประกาศพระนามพระยูเจ้าหรือเปล่า?

3) ฉันมีจิตสำนึกหรือไม่ว่า ฉันจำเป็นต้องประกาศพระเยซูเจ้า กับนักเรียนคาทอลิกที่ดี กับนักเรียนคาทอลิกที่ทิ้งความเชื่อ หรือกับนักเรียนที่นับถือศาสนาอื่น ฉันจะหาวิธีการใดเพื่อทำให้ฉันเป็นจิตตาภิบาลและผู้แพร่ธรรมที่ดี?

 

“พระ​องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า

“เมื่อ​ท่าน​เดินทาง อย่า​นำ​สิ่งใด​ไป​ด้วย

อย่า​นำไม้เท้า ย่าม อาหาร เงิน

หรือ​แม้แต่​เสื้อ​สำรอง​ไป​ด้วย

เมื่อ​ท่าน​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ใด

จง​พัก​อยู่​ที่นั่น​จนกว่า​จะ​เดินทาง​ต่อไป”

(ลก. 9:3-4)

 

“ระบบการศึกษาในฝันของฉันคือ

ระบบที่ให้โอกาสแก่คนที่ “ออกสตาร์ท” ไม่เท่ากัน

ให้สามารถมี “ลู่วิ่ง” และ “เส้นชัย” ของตนเอง

โดยไม่ต้องไปแข่งดีแข่งเด่นกับใคร

และให้ทุกคนเป็น “ผู้ชนะ”

ในแบบของเขาเองทุกคน”

- - -

ที่มาของข้อมูล :

คู่มือแนวทางการพัฒนางานจิตตาภิบาลของโรงเรียนในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ (ฉบับปฏิบัติการขั้นต้น)

จัดทำโดย ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

หน้า 103 – 108 (ส่วนที่ 3 ภาคผนวก)

โดย บาทหลวงชวลิต กิจเจริญ

เครดิตภาพประกอบ <18. โรงเรียนมาเรียลัย - Marialai School>

 

เนื้อหาปรับปรุงเมื่อ:

พฤษภาคม 2021/2564

กลุ่มงานจิตตาภิบาล

   เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

     1. สภาการศึกษาคาทอลิกฯ
     2. สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ
     3. สื่อมวลชนคาทอลิกฯ
     4. ฝ่ายงานธรรมทูตกรุงเทพฯ
     5. ฝ่ายสังคมฯ (Caritas)
     6. แผนกคริสตศาสนธรรมกรุงเทพฯ
     7. แผนกเยาวชนกรุงเทพฯ
     8. แผนกพระคัมภีร์กรุงเทพฯ
     9. บ้านผู้หว่าน (นครปฐม)
    10. วิทยาลัยแสงธรรม สามพราน
    11. ศูนย์อบรมซีซี (NCC)
    12. ศูนย์คำสอนราชบุรี (คำสอนดีดี)


  11 สังฆมณฑลประเทศไทย

     1. อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
     2. อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ
     3. สังฆมณฑลเชียงใหม่
     4. สังฆมณฑลนครสวรรค์
     5. สังฆมณฑลราชบุรี
     6. สังฆมณฑลนครราชสีมา
     7. สังฆมณฑลอุบลราชธานี
     8. สังฆมณฑลอุดรธานี
     9. สังฆมณฑลจันทบุรี
    10. สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
    11. สังฆมณฑลเชียงราย

ฟอร์มติดต่อ

แผนที่ติดต่อ (Google Map)

อัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก - Video Content!

More Videos - อัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก

ปฐมวัย - Video Content!

More Videos - ปฐมวัย

 ปก พระวาจาA5 6 2 68jpg Page1 

Poster สั่งซื้อวิชาคริสต์2025

 

Poster สั่งซื้อวิชาจริย2025

 

liturgical calendar

 BBdiary2025

 

ordomissae