สถานที่ติดต่อ

122/9 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์

ยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

เวลาทำการ

เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์

หยุด เสาร์ - อาทิตย์

ติดต่อเพิ่มเติม

โทร : 02-681-3840-4

อีเมล์ : edba.thai@gmail.com

รู้ไว้ใช่ว่า “ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของเชื้อโรค”

 

     จากภาวะวิกฤติในช่วงต้นปี ค.ศ. 2020 กับการแพร่กระจายและการระบาดของไวรัสโคโรนา (covid-19) ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดการติดเชื้อและลุกลามไปทั่วโลก ผู้คนเจ็บป่วยและล้มตายเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศแถบยุโรป เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สเปน อังกฤษ หรือแม้แต่ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่หากดูเรื่องความสะอาดและสาธารณูปโภคนั้น ดูจะไม่แตกต่างกับประเทศแถบเอเชียเช่น สิงคโปร์หรือแม้แต่ญี่ปุ่นเองก็ตาม ท่านเคยสงสัยหรือไม่ว่า แล้วทำไมอัตราการตายหรือการติดเชื้อในประเทศแถบยุโรปจึงพุ่งสูงขึ้นรายวันได้แบบก้าวกระโดดกว่าประเทศแถบเอเชียเรา สภาพอากาศหรืออุณหภูมิมีผลต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคหรือไม่ 

แล้วเราจะมีวิธีการใดในการดูแลและป้องกันตนเองจากเชื้อโรคเหล่านี้ได้อย่างไร

corona1

     จากข้อมูลการศึกษาในห้องทดลอง ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine เมื่อ 17 มีนาคม 2563 พบว่าเชื้อไวรัสโคโรนา สามารถคงอยู่เป็นสภาพละอองฝอยได้เป็นระยะเวลาถึง 3 ชั่วโมง  จึงทำ ให้องค์การอนามัยโลก World Health Organizations หรือ WHO ออกมาเตือนบุคลากรทางการแพทย์ให้เฝ้า ระวังว่าเชื้อชนิดนี้อาจจะแพร่กระจายแบบแขวนละอองในอากาศ หรือที่เรียกว่า Airborne transmission  และต้องป้องกันตัวเองทุกครั้งก่อนดูแลผู้ป่วย แต่อย่างไรก็ตามต้องได้รับการศึกษายืนยันเพิ่มเติมต่อไปว่ามี โอกาสแพร่เชื้อในสภาพแวดล้อมจริงหรือไม่ ทั้งนี้ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็วนั้นมี หลายช่องทาง ซึ่งการแพร่กระจายเชื้อระหว่างคนสู่คน (person-to-person transmission) เป็นช่องทางหลัก ที่เกิดได้จาก 2 ช่องทาง  ได้แก่

  • การติดต่อผ่านทางละอองฝอยขนาดใหญ่ (Droplet transmission) เมื่ออยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อภายในระยะ 2 เมตร หรือ 6 ฟุตนั่นเอง หรือผู้ติดเชื้อไอหรือจามแล้วทำให้เกิดละอองฝอยซึ่งสามารถกระเด็นเข้าเยื่อบุตา ช่องปาก เยื่อบุโพรงจมูกโดยตรง หรือหายใจเข้าสู่ปอด
  • การติดต่อผ่านทางการสัมผัส (Direct and indirect transmission) เช่น การที่ผู้ติดเชื้อนำมือที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก หรือเสมหะของตนเองไปสัมผัสตามพื้นผิวต่างๆ เช่น ลิฟต์ บันไดเลื่อน ลูกบิดประตู   แล้วมีผู้ที่ไม่ทันระมัดระวังไปจับพื้นผิวดังกล่าวแล้วกลับมาสัมผัสบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณเยื่อบุตา จมูก  ช่องปาก จนได้รับเชื้อต่อมา โดยระยะเวลาที่เชื้อจะคงอยู่ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อ ลักษณะพื้นผิว และอุณหภูมิของพื้นผิว พบว่าหากอุณหภูมิสูงขึ้น เช่น 30-40 องศาเซลเซียส เชื้อจะคงอยู่ได้สั้นลง แต่ถ้าหากอุณหภูมิต่ำถึง  4 องศาเซลเซียส เชื้ออาจจะอยู่ได้เป็นเดือน  จากการศึกษาแบบจำลองในห้องทดลอง ณ อุณหภูมิ 21-23 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 40% พบว่าสามารถตรวจเชื้อที่ตกค้างอยู่พื้นผิวได้นานถึง 72 ชั่วโมง และบางการศึกษาพบว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ต่างๆอาจจะอยู่ได้ตั้งแต่ 2 ชั่วโมงจนถึง 9-14 วันบนพื้นผิวที่อุณหภูมิห้อง หรือประมาณ 21 องศาเซลเซียส

corona5

 

วิธีการป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อ 

corona2     ถึงแม้ว่าไวรัสโคโรนา (covid-19) จะดูน่ากลัวแพร่กระจายเร็วและมีโอกาสติดได้ง่ายแต่พวกเราสามารถช่วยป้องกันตัวเองและคนอื่นที่อาศัยอยู่ร่วมกันได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ตามคำแนะนำของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของประเทศสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention - CDC) ด้วยวิธีการต่อไปนี้  

          1) ตั้งสติ ศึกษาหาข้อมูลและเข้าใจวิธีการแพร่ระบาดของตัวโรคอย่างถูกต้อง  

          2) หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาดหรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ยืนยันหรือสงสัยโรค

          3) ล้างมือบ่อยๆอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะหลังไอ จาม ก่อนสัมผัสบริเวณใบหน้า ก่อนรับประทานอาหาร หลังการใช้ห้องน้ำ

              หลังสัมผัสพื้นผิวในที่สาธารณะ เช่น ปุ่มลิฟต์ มือจับประตู ราวบันได

          4) ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ (40-60 วินาที) หากทำได้ครบ 11 ขั้นตอนอย่างถูกต้องตาม คำแนะนำของ WHO ก็จะมีประสิทธิภาพใน

              การฆ่าเชื้อได้ไม่ต่างจากเจลแอลกอฮอล์ และควรใช้วิธีนี้เมื่อมีสิ่งสกปรกหรือสารคัดหลั่งบนมือชัดเจน เช่น หลังไอ จาม

              มีเสมหะ น้ำมูก หรือสารคัดหลั่งปนเปื้อนบนมือ

          5) ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ (20-30 วินาที) ด้วยขั้นตอนการล้างมือเช่นเดียวกับที่กล่าวข้างต้น ล้างให้ทั่วมือจนแห้ง

              ไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ

          6) ใส่หน้ากากอนามัยในกรณีที่มีโอกาสสัมผัสผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น ทำงานในโรงพยาบาล สนามบิน คนขับรถ

               หรือสถานที่แออัด เช่น ผับ โรงหนัง สนามมวย สนามม้า

          7) ทำความสะอาดพื้นผิวด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ (Disinfectant) ตามพื้นผิวต่างๆ เป็นประจำทุกวัน เช่น โต๊ะ ลูกบิดประตู สวิตช์ไฟ

               โทรศัพท์ คีย์บอร์ด ชักโครก อ่างล้างมือ ปุ่มกดลิฟต์ บริเวณที่มีการสัมผัสร่วมบ่อยครั้ง จำเป็นต้องทำความสะอาดระหว่างวัน

               อย่างพอเพียง โดยถ้าพื้นผิวมีความสกปรกมากควรใช้สบู่หรือน้ำทำความสะอาดก่อนการใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อตามพื้นผิว

 

ข้อแนะนำในการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ (Hand sanitizer)

       การใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือลดจำนวนเชื้อหรือฆ่าเชื้อเพื่อไม่ให้มีการนำเชื้อจากบริเวณมือเข้าสู่ตนเองหรือแพร่ไปยังผู้อื่น โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ต่อไปนี้

      1) สบู่ (Soap) และการล้างมือที่ถูกต้อง (Hand hygiene) เป็นวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดสิ่งสกปรก เชื้อโรค หรือไวรัสให้หลุดออกไปจากมือเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ โดยอาศัยการลดแรงตึงผิวช่วยให้น้ำชะล้างสิ่งสกปรกอยากจากมือได้ดีขึ้น    

แต่อาจจะมีความลำบากคือต้องมีอ่างล้างมือและกระดาษเช็ดมือ เราจะสังเกตได้ว่าสิ่งสกปรกต่าง ๆ สามารถเกาะติดกับเสื้อผ้าและผิวหนังได้ก็เพราะสิ่งสกปรกเหล่านี้เกาะติดอยู่กับไขมัน  ดังนั้นถ้าสามารถละลายไขมันแยกออกไปจากเสื้อผ้าหรือผิวหนังสิ่งสกปรกก็จะหลุดออกไปด้วย เป็นการทำความสะอาดเสื้อผ้าและผิวหนัง  แต่เนื่องจากไขมันเป็นโมเลกุลที่ไม่ละลายน้ำถ้าใช้น้ำล้างอย่างเดียวสิ่งที่ติดอยู่กับไขมันก็จะไม่หลุดออกไป ถ้าใช้สบู่จะช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายเนื่องจากโมเลกุลของสบู่ประกอบด้วย  2 ส่วนคือ

ส่วนที่ไม่มีขั้ว (ส่วนที่เป็นสายยาวของไฮโดรคาร์บอน) และส่วนที่มีขั้ว การที่สบู่สามารถชะล้างสิ่งสกปรกที่มีไขมันและน้ำมันฉาบอยู่ได้  ก็เนื่องจากกลุ่มสบู่ในน้ำจะหันปลายส่วนที่เป็นไฮโดรคาร์บอนซึ่งไม่มีขั้ว เข้าล้อมรอบสิ่งสกปรก (ไขมันและน้ำมัน) ซึ่งไม่มีขั้วและ

ไม่ละลายน้ำและดึงน้ำมันออกมาเป็นหยดเล็กๆ ล้อมรอบด้วยโมเลกุลสบู่และหันส่วนมีขั้วออกหาน้ำ (ส่วนของคาร์บอกซีเลทจะละลายในน้ำ) หยดน้ำมันแต่ละหยดที่ถูกดึงออกมาจึงมีประจุลบล้อมรอบและเกิดการผลักกัน จึงกระจายออกไปอยู่ในน้ำมีลักษณะเป็นอิมัลชันหลุดออกไปจากผิวหน้าของสิ่งที่ต้องการทำความสะอาด

corona4

 2) แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ (Alcohol-based hand sanitizer) ทำความสะอาดมือจนทั่วจนกระทั่งมือแห้งเพื่อฆ่าเชื้อโรคบริเวณมือโดยไม่ต้องใช้น้ำ โดยแอลกอฮอล์จะทำหน้าที่ฆ่าเชื้อไวรัสให้ตายและไม่สามารถแพร่เชื้อต่อไปได้

corona3

             2.1. ชนิดเอธิล แอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) หรือ เอธานอล (Ethanol) เป็นผลิตภัณฑ์ที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดมากที่สุด ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60% โดยปริมาตรต่อปริมาตร (%v/v)

             2.2. ชนิดไอโซโพรพานอล (Isopropanol) หรือ ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (Isopropyl alcohol) ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 70% (%v/v)

* * * * * * * * *

ที่มาของข้อมูล : คลังความรู้ SciMath

Link เพื่อแชร์ >> https://bit.ly/3hqXDUP

แผนกวิชาการระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

   เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

     1. สภาการศึกษาคาทอลิกฯ
     2. สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ
     3. สื่อมวลชนคาทอลิกฯ
     4. ฝ่ายงานธรรมทูตกรุงเทพฯ
     5. ฝ่ายสังคมฯ (Caritas)
     6. แผนกคริสตศาสนธรรมกรุงเทพฯ
     7. แผนกเยาวชนกรุงเทพฯ
     8. แผนกพระคัมภีร์กรุงเทพฯ
     9. บ้านผู้หว่าน (นครปฐม)
    10. วิทยาลัยแสงธรรม สามพราน
    11. ศูนย์อบรมซีซี (NCC)
    12. ศูนย์คำสอนราชบุรี (คำสอนดีดี)


  11 สังฆมณฑลประเทศไทย

     1. อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
     2. อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ
     3. สังฆมณฑลเชียงใหม่
     4. สังฆมณฑลนครสวรรค์
     5. สังฆมณฑลราชบุรี
     6. สังฆมณฑลนครราชสีมา
     7. สังฆมณฑลอุบลราชธานี
     8. สังฆมณฑลอุดรธานี
     9. สังฆมณฑลจันทบุรี
    10. สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
    11. สังฆมณฑลเชียงราย

ฟอร์มติดต่อ

แผนที่ติดต่อ (Google Map)

อัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก - Video Content!

More Videos - อัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก

ปฐมวัย - Video Content!

More Videos - ปฐมวัย

 ปก พระวาจาA5 6 2 68jpg Page1 

Poster สั่งซื้อวิชาคริสต์2025

 

Poster สั่งซื้อวิชาจริย2025

 

liturgical calendar

 BBdiary2025

 

ordomissae