ความสำคัญของเด็กปฐมวัยกับ EF ศตวรรษที่ 21
รูปภาพจาก โรงเรียนเซนต์ราฟาแอล
เด็กปฐมวัย คือ เด็กที่มีอายุ 3-5 ปี เป็นทรัพยากรที่มีค่า เป็นความหวังของครอบครัว และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน พัฒนาประเทศ ดังนั้นอนาคตของประเทศชาติจึงขึ้นอยู่กับคุณภาพของเด็ก
รู้จักทักษะสมอง EF Executive Functions Skills
หลายคนตั้งคำถาม สงสัย EF คืออะไร?
Executive Functions (EF) คืออะไร
ทักษะสมองเพื่อจัดการชีวิต หรือ Executive Functions (เรียกย่อ ๆ ว่า EF หรือทักษะสมอง EF) นั้น เนื่องจากมีนักวิชาการหลากหลายสาขาวิทยาการในระดับโลกที่เข้ามาศึกษาในเรื่องนี้ ดังนั้น การให้คำนิยามจึงมีความหมายแตกต่างกันในการใช้คำ แต่หากพิจารณาอย่างจริงจังแล้ว จึงจะเห็นว่า สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน
Seana Moran & Howard Gardner กล่าวว่า "Executive Functions ทำหน้าที่กำกับพฤติกรรมที่มุ่งสู่เป้าหมายของบุคคล ชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่พึงกระทำให้เหมาะสมกับบริบท โดยคำนึงถึงความรู้และประสบการณ์ที่ผ่านมา สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตามมา ความคาดหวังในอนาคต คุณค่าและจุดมุ่งหมายในชีวิต EF จะช่วยให้บุคคลมีสำนึกของการเตรียมพร้อม สำนึกของภาระหน้าที่ มีการยืดหยุ่น และมีการร่วมมือ"
ผศ.ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร (2012) กล่าวว่า "EF คือ กระบวนการทำงานของสมองระดับสูงที่ประมวลประสบการณ์ในอดีตและสถานการณ์ในปัจจุบัน มาประเมิน วิเคราะห์ ตัดสินใจ วางแผน เริ่มลงมือทำ ตรวจสอบตนเอง และแก้ไขปัญหา ตลอดจนควบคุมอารมณ์ บริหารเวลา จัดความสำคัญ กำกับตนเอง และมุ่งมั่นทำจนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ (Goal Directed Behavior)"
คำถามที่ได้ยินบ่อยครั้ง คือ
“เราจะเรียนรู้เรื่อง Executive Functions ไปทำไม จำเป็นแค่ไหน”
มีเหตุผลอย่างน้อย 3 ข้อที่จะตอบคำถามว่า ทำไมเราต้องเรียนรู้เรื่อง EF
>> เหตุผลประการแรกที่ต้องมาสนใจ EF เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไป
เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มาพร้อมกับโลกาภิวัตน์ ได้ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว สลับซับซ้อน พลิกผันและคาดการณ์ได้ยาก เกือบทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนไปหมด เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเกือบทุกด้าน คนส่วนใหญ่อยู่กับสมาร์ทโฟน วิถีการใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยน อาชีพหลายอย่างหายไป อาชีพแปลก ๆ ใหม่ ๆ เข้ามาแทนที่ ข่าวสารท่วมท้น ความรู้หาง่ายแค่ปลายนิ้ว เศรษฐกิจผันผวนง่าย วัฒนธรรมหลากหลายและหลั่งไหล ผู้คนอพยพข้ามถิ่น ทรัพยากรน้อยลงและเสื่อมลง ความขัดแย้งในมิติต่าง ๆ สูงขึ้น ฯลฯ

ดังนั้น เด็กไทยของเราจะเติบโตไปใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่แบบนี้ได้ ย่อมต้องมีคุณลักษณะแบบใหม่ไปด้วย เราจะสร้างแบบคนรุ่นเก่าที่ทำงานเก่งตามคำสั่ง คิดในกรอบเดิม ๆ แก้ปัญหาแบบเดิม ๆ อยู่สบายตามใจฉัน ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง ฯลฯ ไม่ได้อีกต่อไป นักคิดและนักการศึกษาทั่วโลกได้ชี้ไว้ว่า คนรุ่นใหม่จะอยู่รอดปลอดภัย มั่นคง และทำให้โลกน่าอยู่ต่อไปได้ จะต้องมีทักษะที่เรียกกันว่า "ทักษะศตวรรษที่ 21 "
ทักษะศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะการอ่านออกเขียนได้คำนวณเป็น เป็นพื้นฐานขั้นต่ำสุดที่มนุษย์ทุกคนในโลกต้องทำได้ ไม่เช่นนั้นจะใช้ชีวิตกับโลกยุคนี้ยากแน่ ๆ
ต่อมาจะต้องมีทักษะที่เรียกว่า 4Cs เพื่อจะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ในโลกใหม่
และนำไปสู่การคิดค้นสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ

นอกจากนี้ เมื่ออยู่กับเทคโนโลยีก็ยังจะต้องมีทักษะที่เกี่ยวกับเทคโนโลยียุคใหม่ 3 ด้าน ได้แก่
1. ทักษะและความรู้ในการใช้สื่อ
2. ทักษะและความรู้ในการใช้เทคโนโลยี
3. ทักษะและความรู้ในด้านสารสนเทศ

“ทักษะศตวรรษที่ 21” ทุกด้านนี้ เป็นสิ่งที่เด็กทุกคนต้องได้รับโอกาสฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ฝึกแล้วฝึกอีกอย่างจริงจังตลอดช่วงวัย ตั้งแต่เด็กไปจนโต จึงจะปลูกฝังจนเกิดเป็นทักษะและคุณลักษณะที่ติดตัวไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ เพื่อเป็น “พลเมืองคุณภาพ” ของสังคม
"เราไม่ได้สอนเด็กเพื่อชีวิตในวันนี้ แต่ เราต้องเตรียมเด็ก ๆ ในวันนี้สู่ โลกอนาคต
ครูและพ่อแม่จะพัฒนาคุณภาพในเรื่องใด ที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุด
ที่ส่งผลต่ออนาคตของเด็กและเยาวชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของเรา”
พลเมืองคุณภาพ คือ คนแบบไหนกัน?
"พลเมืองคุณภาพ" เป็นผลผลิตที่เกิดจากการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาอย่างเหมาะสมกับความต้องการของประเทศ เราต้องพิจารณาว่าเราจะกำหนดคุณลักษณะของพลเมืองที่เราต้องการอย่างไร เพื่อวางแผนในการพัฒนาเด็กแต่ละช่วงวัยให้สอดคล้องกับเป้าหมาย เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ กระบวนการพัฒนา และการประเมินผลให้ได้ตามเป้าหมาย

นั่นคือ พลเมืองคุณภาพนั้นจะต้องมีพัฒนาการที่ดีอย่างรอบด้านและสมดุล
ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา
“สิ่งสำคัญที่สุดที่พ่อแม่และครูควรตระหนักก็คือ "พลเมืองคุณภาพ" ต้องมีทักษะศตวรรษที่ 21 และทักษะศตวรรษที่ 21 เหล่านี้เกิดขึ้นได้ด้วยการฝึกฝนทักษะสมองส่วนหน้า หรือ Executive Functions (EF) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปฐมวัย จน "ฝังชิป" เกิดเป็นรากฐานของทักษะเหล่านี้นั่นเอง”
>> เหตุผลประการที่สองที่ต้องมาสนใจ EF เพราะเด็กไทยวันนี้ตกอยู่ในวิกฤตปัญหาหนักหน่วง
มาดูกันว่า สถานการณ์เด็กไทยในรอบ 10 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2550-2560 เป็นอย่างไรบ้าง
**สถานการณ์เด็กปฐมวัย**

**ผลกระทบจากพัฒนาการที่ล่าช้าของเด็กปฐมวัยส่งผลต่อเนื่องไปถึงเด็กและเยาวชนในช่วงวัยต่อไป**

“ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ ครู ผู้บริหาร และนักการศึกษา ท่านรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้
จะปล่อยให้มันเป็นอยู่อย่างนี้ต่อไปอีกหรือ”
จากปัญหาทั้งปวงข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่า ในการดูแลและการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กไทยที่ผ่านมานั้น ย่อมมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนบางประการอยู่แน่ ๆ ผลลัพธ์ของการพัฒนาจึง "ติดลบ" เช่นนี้
หนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหานี้ ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาต่อเนื่องยาวนานก็คือ การศึกษาที่มุ่งเน้นพัฒนาเด็กด้าน IQ เป็นสำคัญ เน้นการท่องจำเนื้อหา สอนด้วยตำรา แข่งขันด้วยการสอบทุกระดับตั้งแต่อนุบาลถึงอุดมศึกษาและไม่ได้เอาความรู้ด้านพัฒนาการตามธรรมชาติของมนุษย์ รวมทั้งพัฒนาการของสมองเป็นตัวตั้ง
กล่าวได้ว่า การพัฒนาเด็กไทยที่ผ่านมาให้ความใส่ใจต่อพัฒนาการรอบด้านของเด็กน้อยกว่าด้านท่องจำ และให้ความสำคัญต่อกระบวนการคิด การกำกับตนเองการพัฒนาทักษะชีวิต และการฝึกฝนจากประสบการณ์จริงน้อยมาก ปัญหาจึงได้ปรากฏดังกล่าวมาข้างต้น
>> สาเหตุประการที่สามที่ต้องมาสนใจ EF เพราะเด็กไทยต้องแบกรับสังคมสูงอายุที่หนักหน่วงในเวลาอันใกล้
ธนาคารโลกรายงานว่า ในช่วงปี 2558 ผู้สูงวัยอายุ 65 ปีขึ้นไปมีมากกว่า 7 ล้านคนหรือประมาณร้อยละ 10 ของประชากรไทยทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 17 ล้านคน ภายในปี 2583 หรือกว่าร้อยละ 25 ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดของภูมิภาค ด้วยเหตุนี้ คำถามใหญ่ที่เกิดขึ้นก็คือ สังคมไทยจะดูแลผู้สูงอายุจำนวนมากขนาดนั้นได้อย่างไร ถ้าเด็กวันนี้ที่จะเติบโตไปเป็นวัยแรงงานในวันนั้น ไม่มีความสามารถเพียงพอในการดูแลเศรษฐกิจสังคมของประเทศ
นี่คือโจทย์ ระยะยาวที่เราจำเป็นต้องพัฒนาเด็กปฐมวัยวันนี้ ให้เติบโตเป็นคนในวัยทำงานที่มีประสิทธิภาพ พร้อมที่จะแบกรับภารกิจดูแลสังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์แบบได้ ซึ่งศูนย์วิจัยธนาคารไทยพาณิชย์ชี้ว่า หากจะแบกรับสภาพสังคมสูงอายุสมบูรณ์แบบได้อย่างดี เด็กในวันนี้จะต้องมีความสามารถในการสร้างผลิตผล (Productivity) ให้มากกว่าคนรุ่นพ่อแม่อย่างน้อย 1 เท่า

แต่ถ้าเด็กไทยตกอยู่ในปัญหาดังกล่าวไว้ในเหตุผลประการที่สอง พวกเขาจะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและมีความสามารถพอที่จะแบกรับภาระนี้ได้หรือ
ด้วยเหตุผล 3 ประการดังกล่าว เราจึงต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาเด็ก โดยเฉพาะในการพัฒนาสมอง ในส่วนที่ทำหน้าที่ในการ "บริหารจัดการชีวิต" ซึ่งจะช่วยให้ตอบโจทย์ทั้ง 3 ข้อได้คือ ทั้งให้เด็กส่วนใหญ่ที่สุดก้าวพ้นจากหล่มลึกของปัญหาปัจจุบัน ทั้งเพื่อปลูกฝังให้มีทักษะศตวรรษที่ 21 และเพื่อให้มีความ สามารถในการแบกรับภารกิจสังคมสูงอายุในอนาคตอันใกล้ได้
ที่มาของข้อมูล : คู่มือ พัฒนาทักษะสมอง EF Executive Functions สำหรับครูปฐมวัย (หน้า 28-39)
แผนกปฐมวัย
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ







