
1. ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นหนทางสู่สันติภาพ
พระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พระเจ้าทรงประทานพระจิตเจ้าแก่มนุษย์ เพื่อพวกเขาจะได้มี “ฝีมือ มีความรู้ และความชํา นาญในงานช่างทุกชนิด” (อพย. 35:31) สติปัญญาของมนุษย์ คือการแสดงออกของศักดิ์ศรีซึ่งพระผู้สร้างทรงประทานให้เรา พระองค์ทรงสร้างเราตามภาพลักษณ์และความละม้ายพระองค์ (เทียบ ปฐก. 1:26) และช่วยให้เราตอบสนองอย่างมีสติและเป็นอิสระ ต่อความรักของพระองค์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแสดงให้เห็นคุณภาพความสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานของสติปัญญามนุษย์ในลักษณะพิเศษ สิ่งเหล่านี้ เป็นผลงานสุดยอดของศักยภาพด้านการสร้างสรรค์
สังคายนาวาติกันที่ 2 ได้ยืนยันถึงความจริงข้อนี้ไว้ ในพระธรรมนูญว่าด้วยพระศาสนจักรในโลกสมัยนี้ โดยประกาศว่า “มนุษย์พยายามทํา งานและใช้สติปัญญาเพื่อทําให้การดํารงชีวิตของตนดีขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน” [1] โดยอาศัย “ความช่วยเหลือของเทคโนโลยี” ทํา ให้ “โลกเป็นที่อยู่อาศัยอันเหมาะสมสํา หรับครอบครัวมนุษยชาติ” [2] มนุษย์ปฏิบัติตามแผนการของพระเจ้า และร่วมมือกับพระประสงค์ของพระองค์ ในการทําให้สิ่งสร้างสมบูรณ์ขึ้น และก่อให้เกิดสันติสุขในมวลประชาชาติ ในทํานองเดียวกัน ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีส่วนช่วยในการจัดระเบียบที่ดีขึ้นของสังคมมนุษย์ และเพิ่มเสรีภาพและความสนิทสัมพันธ์ฉันพี่น้อง นําไปสู่การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ และการเปลี่ยนแปลงของโลก
เราขอชื่นชมยินดีและขอบคุณอย่างซาบซึ้ง ต่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งสามารถเยียวยาความเจ็บป่วยนับครั้งไม่ถ้วน ที่คุกคามชีวิตมนุษย์ และก่อให้เกิดความทุกข์ยากใหญ่หลวง ในเวลาเดียวกัน ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งทํา ให้สามารถควบคุมสภาพความเป็นจริงได้ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทํา ให้มนุษย์มีทางเลือกมากมาย ซึ่งบางส่วนอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความอยู่รอดของมนุษยชาติ และก่อให้เกิดอันตรายต่อบ้านของเราร่วมกัน [3]
ความก้าวหน้าอันโดดเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกดิจิทัล นํา มาซึ่งโอกาสอันน่าตื่นเต้นและความเสี่ยงมหันต์ พร้อมผลกระทบร้ายแรงต่อการสร้างความยุติธรรมและความสามัคคีกลมเกลียวในหมู่ประชาชน ด้วยเหตุนี้ จึงจําเป็นต้องถามตัวเราเองอย่างเร่งด่วนว่า อะไรคือผลที่ตามมาของเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ๆ ทั้งในระยะกลางและระยะยาว? สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์แต่ละคนและสังคม และต่อเสถียรภาพระหว่างประเทศ และต่อสันติภาพอย่างไร?
2. อนาคตของปัญญาประดิษฐ์: ระหว่างคําสัญญาและความเสี่ยง
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสื่อสาร และการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้เริ่มก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งในสังคมโลก พร้อมกับพลวัตต่าง ๆ ของมัน เครื่องมือดิจิทัลใหม่ ๆ กําลังเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของการสื่อสาร การบริหารราชการ การศึกษา การบริโภค การปฏิสัมพันธ์ของบุคคล และมิติอื่น ๆ ในชีวิตประจําวันของเราอย่างนับไม่ถ้วน
นอกจากนี้ เทคโนโลยีที่ใช้ อัลกอริทึม* หลากหลาย สามารถดึงข้อมูลจากร่องรอยทางดิจิทัล ที่กระจายทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต ทําให้สามารถควบคุมความคิดและพฤติกรรมความสัมพันธ์ของผู้คน โดยที่บ่อยครั้งเราไม่รู้ตัว เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าและการเมือง ซึ่งเป็นการจํา กัดการใช้เสรีภาพในการเลือกของเรา ในพื้นที่อย่างเช่นอินเทอร์เน็ต ที่มีข้อมูลมากมายนั้น พวกเขาสามารถจัดโครงสร้างการไหลของข้อมูลตามเกณฑ์การคัดเลือก โดยที่ผู้ใช้มักไม่ค่อยรับรู้
เราต้องจําไว้ว่าการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมทาง เทคโนโลยี มิได้แยกออกจากกัน หรือ “เป็นกลาง” [4] แต่ขึ้นอยู่กับอิทธิพลทางวัฒนธรรม และเนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นกิจกรรมของมนุษย์โดยแท้ ทิศทางที่พวกเขาใช้ จึงสะท้อนถึงการตัดสินใจที่มีเงื่อนไขตามค่านิยมส่วนบุคคล สังคมและวัฒนธรรมของแต่ละยุคสมัย
เช่นเดียวกับผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ก็เป็นผลจากวิถีทางจําเพาะของมนุษย์ ที่มีต่อโลกรอบตัวเรา สิ่งเหล่านี้ จึงมีมิติทางจริยธรรมเสมอ และเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการตัดสินใจของผู้ที่ออกแบบการทดลอง และมุ่งเน้นการผลิตให้บรรลุวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่นเดียวกับรูปแบบของปัญญาประดิษฐ์ ในปัจจุบันยังไม่มีคําจํากัดความที่ชัดเจนเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ในโลกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คําศัพท์นี้ ซึ่งในปัจจุบันถูกนํา มาใช้ในสํานวนทั่วไปแล้วนั้น ครอบคลุมวิทยาศาสตร์ ทฤษฎี และเทคนิคต่าง ๆ ที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อสร้างเครื่องจักรให้ทํา หน้าที่ผลิตซํ้า หรือเลียนแบบความสามารถในการรับรู้ของมนุษย์ในการทํางาน การกล่าวถึง “รูปแบบต่าง ๆ ของปัญญา” ที่หลากหลาย เหนือสิ่งอื่นใด สามารถ ช่วยเน้นให้เห็นช่องว่างระหว่างระบบที่ไม่อาจเชื่อมต่อกันได้กับตัว บุคคลมนุษย์ ไม่ว่าระบบนั้นจะน่าอัศจรรย์และมีพลังอํา นาจเพียงใดก็ตาม ในท้ายที่สุดพวกมันก็เป็นเพียงแค่ “ชิ้นส่วน” ในแง่ที่ว่าพวกมันสามารถเพียงแค่เลียนแบบ และผลิตซํ้าการทํางานบางอย่างของปัญญามนุษย์เท่านั้น การใช้คําว่าหลากหลายก็เช่นกันได้ชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงว่า เครื่องมือเหล่านี้แตกต่างกันอย่างมาก และเราก็ควรถือว่าเครื่องมือเหล่านี้เป็น “ระบบเทคโนโลยีที่ใช้ในสังคม” เสมอ แท้จริงแล้วผลกระทบจากเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ใด ๆ ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีพื้นฐานใดก็ตาม ไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับการออกแบบทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และผลประโยชน์ของผู้เป็นเจ้าของและผู้พัฒนา และสถานการณ์ที่เทคโนโลยีจะถูกนําไปใช้ด้วย
ดังนั้น เราควรเข้าใจปัญญาประดิษฐ์ว่า เป็นกาแล็กซีที่มีความเป็นจริงที่แตกต่างกัน เราไม่สามารถสันนิษฐานล่วงหน้าได้ว่า การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่ออนาคต ของมนุษยชาติและสันติภาพระหว่างประชาชน ผลลัพธ์เชิงบวกจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเราสามารถดําเนินการด้วยความรับผิดชอบและเคารพในคุณค่าพื้นฐานของมนุษย์ เช่น “การไม่แบ่งแยก ความโปร่งใส ความปลอดภัย ความเสมอภาค ความเป็นส่วนตัว และความน่าเชื่อถือ” [5]
ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่า ผู้ออกแบบอัลกอริทึม และเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามหลักจริยธรรมและมีความรับผิดชอบ หากจํา เป็นพวกเราควรเสริมสร้างความเข้มแข็ง หรือจัดตั้งหน่วยงาน เพื่อทํา หน้าที่ตรวจสอบปัญหาด้านจริยธรรมที่เกิดขึ้นใหม่ และปกป้องสิทธิของผู้ที่ใช้ หรือได้รับผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์รูปแบบต่าง ๆ [6]
ดังนั้น การขยายตัวอย่างมหาศาลของเทคโนโลยี จึงต้องควบคู่ไปกับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม เพื่อความรับผิดชอบต่อการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต เสรีภาพและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติจะถูกคุกคาม เมื่อมนุษย์ยอมจํา นนต่อการล่อลวงของความเห็นแก่ตัว การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ความต้องการกําไร และการกระหายอํานาจ ดังนั้น เราจึงต้องขยายวิสัยทัศน์ของเรา และทํา ให้การวิจัยด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์มุ่งสู่การสร้างสรรค์สันติภาพและประโยชน์ส่วนรวม เพื่อการพัฒนามนุษย์แต่ละคนและชุมชนต่าง ๆ อย่างครบทุกมิติ [7]
ศักดิ์ศรีที่แท้จริงของมนุษย์แต่ละคน และภราดรภาพที่เชื่อมโยงเราเข้าด้วยกัน ในฐานะสมาชิกของครอบครัวมนุษยชาติหนึ่งเดียว จะต้องเป็นพื้นฐานของการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และถือเป็นหลักเกณฑ์ที่ไม่อาจโต้แย้งได้ในการประเมินการพัฒนาดังกล่าวก่อนที่จะนํา ไปใช้จริง เพื่อว่าความก้าวหน้าของดิจิทัล สามารถเกิดขึ้นด้วยความเคารพต่อความยุติธรรมอย่างเหมาะสม และมีส่วนก่อให้เกิดสันติภาพ การพัฒนาเทคโนโลยีที่มิได้นํา ไปสู่การปรับปรุงคุณภาพชีวิตของมวลมนุษยชาติ แต่กลับทํา ให้ความไม่เสมอภาคและความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้นนั้น ไม่อาจถือว่าเป็นความก้าวหน้าที่แท้จริงได้ [8]
นับวันปัญญาประดิษฐ์จะมีความสําคัญมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ความท้าทายที่เกิดขึ้นนั้นนอกจากเรื่องทางเทคนิค ยังรวมถึงเรื่องมานุษยวิทยา การศึกษา สังคม และการเมืองด้วย ตัวอย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์ จะปลดปล่อยมนุษย์จากการทํางานหนัก เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตการขนส่งที่ง่ายขึ้น และมีตลาดรองรับมากขึ้น รวมถึงการปฏิวัติกระบวนการรวบรวม จัดระบบ และยืนยันข้อมูล เราต้องตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่กํา ลังเกิดขึ้นนี้ และจัดการในลักษณะที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยเคารพสถาบันและกฎหมายที่ส่งเสริมการพัฒนามนุษย์เชิงบูรณาการ ปัญญาประดิษฐ์จะต้องรับใช้ศักยภาพที่ดีที่สุดของมนุษย์ และความใฝ่ฝันสูงสุดของเรา มิใช่เพื่อแข่งขัน
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ปัญญาประดิษฐ์และสันติภาพ
Artificial Intelligence and Peace
(หน้า 1-8)
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
โดยมีจำนวน 8 ข้อ 20 หน้า
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
สารวันสันติสากล
สารของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส
โอกาสเฉลิมฉลองวันสันติสากล ครั้งที่ 57
วันที่ 1 มกราคม 2024 / 2567
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Linkที่สั้นลง: https://citly.me/aWVZ9
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
www.edbathai.com
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -







