อยากให้ลูกมีวินัยต้องสอนเรื่องอะไรบ้าง
1.สอนให้ลูกทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเอง
การรับผิดชอบตัวเองเป็นวินัยขั้นแรกสุดที่เด็กควรมีดังนั้น เมื่อลูกเริ่มเดินได้เริ่มหยิบสิ่งของต่าง ๆ ได้แล้ว คุณควรหัดให้ลูกทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเอง เริ่มตั้งแต่การอาบน้ำ แปรงฟัน สวมใส่เสื้อผ้ารับประทานอาหารและขับถ่าย ถ้าลูกยังทำ ไม่ได้ยังทำไม่คล่องแคล่ว ก็อย่าเพิ่งไปดุลูก ให้เวลาเขาฝึกฝน คอยช่วยเหลือและให้กําลังใจพวกเขาต่อไป

2.สอนให้ลูกรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง
เชื่อว่าแทบทุกบ้านจะต้องมีปัญหาที่ลูกเอาของเล่นออกมาเล่น แล้วไม่เก็บเข้าที่เดิม จากปัญหาชวนปวดหัวเราอยากให้คุณพ่อคุณแม่พลิกวิกฤตตรงนี้ให้เป็นโอกาสสอนให้ลูกรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง และฝึกให้เขามีระเบียบวินัยมากขึ้นจากที่ต้องคอยเก็บของเล่นให้ลูกตลอด ลองเปลี่ยนเป็นให้ลูกรู้จักเก็บของเองบ้าง ด้วยการอธิบายว่า เขาเป็นคนหยิบของออกมาเล่นเพราะฉะนั้น ก็ควรเป็นคนเก็บของเข้าที่เช่นกัน และถ้าจะให้ดีช่วยจับมือเขาให้เก็บของแต่ละชิ้นลงตะกร้าเอง เมื่อฝึกซ้ำ ๆ แบบนี้ไปสักระยะ เด็กจะเริ่มเก็บของเล่นทุกครั้งที่เขาเล่น และเข้าใจว่าเขาต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเสมอ

3.สอนให้ลูกรู้จักขอโทษและขอบคุณ
คําว่าขอโทษและขอบคุณ เป็นคําพูดตามมารยาททางสังคมที่เด็ก ๆ ควรฝึกพูดให้ติดปากโดยการฝึกควรเริ่นอกจากนี้ถ้าหากคุณกับลูกอยู่ในเหตุการณ์คุณอาจคอยบอกว่าลูกควรทำตัวอย่างไร เช่น เมื่อมีญาติผู้ใหญ่ให้ขนมลูกหลังจากรับของมาแล้ว ลูกควรกล่าวขอบคุณผู้ให้ทุกครั้ง เป็นต้นจากพ่อแม่ทำให้ลูกเห็นเป็นแบบอย่าง และเด็กจะซึมซับคํา พูด วิธีการต่าง ๆนํามาปฏิบัติเองโดยที่พ่อแม่ไม่ต้องคอยบอก

4.สอนให้ลูกรู้จักหน้าที่ตัวเอง
พ่อแม่หลายคนชอบมองว่าลูกของตัวเองเด็กเกินกว่าที่จะทำงานบ้าน ความจริงคุณสามารถมอบหมายงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ลูกได้เช่น กินข้าวเสร็จเก็บจานไปไว้ในอ่างล้างจาน ตื่นมาพับผ้าห่มให้เรียบร้อย เพื่อฝึกให้ลูกรู้จักหน้าที่ของตัวเองว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร และรู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเองนอกจากนี้คุณยังสามารถสอนให้ลูกรู้จักหน้าที่ของตัวเองอย่างง่าย ๆ เช่น ลูกเป็นเด็กมีหน้าที่ไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือดังนั้นพ่อแม่ควรฝึกให้ลูกรู้จักเตรียมของไปโรงเรียนด้วยตัวเอง เก็บหนังสือ สมุดและกล่องดินสอด้วยตัวเอง

5.สอนให้ลูกอดทนและรอคอยให้เป็น
การฝึกให้เด็กรู้จักอดทนรอคอย เป็นการฝึกให้เด็กควบคุมตัวเอง ซึ่งการควบคุมตัวเองเป็นส่วนสำคัญของการมีระเบียบวินัย เพราะบางครั้งกฎระเบียบของสังคมอาจไม่ได้ถูกใจทุกคน แต่เราก็ต้องฝืนใจอดทนปฏิบัติตามกฎ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ลองใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ในชีวิตประจำ เช่น เมื่อต้องไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต คุณพ่อคุณแม่อาจมอบหมายหน้าที่ให้ลูกไปต่อคิวเข้าแถวรอจ่ายเงิน หรือถ้าหากลูกร้องไห้งอแงจะดื่มนม ในขณะที่คุณทำงานอย่างอื่น คุณอาจบอกลูกว่า“ตอนนี้แม่ขอเวลาล้างจานก่อนนะ พอล้างจานเสร็จแล้ว เดี๋ยวแม่เอานมมาให้นะคะ” เป็นต้น

6.สอนให้ลูกตรงต่อเวลา
ก่อนจะสอนให้ลูกตรงต่อเวลา คุณควรสอนให้ลูกรู้จักก่อนว่าเวลาคืออะไร โดยสามารถสอนได้จากการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันที่เขาทำแต่ละวันในเวลาเดิม จะทำ ให้เด็กรับรู้ว่าเวลาไหนควรทำ กิจกรรมอะไรเช่น เจ็ดโมงเช้าต้องตื่นมาอาบน้ำ แปรงฟัน สี่ทุ่มต้องเข้านอน ฝึกลูกทำกิจวัตรประจำวันตามตารางและเวลาที่กําหนดไว้ทุกวัน เพื่อให้เขาเคยชินและติดเป็นนิสัย

7.สอนให้ลูกรู้จักกาลเทศะ
สิ่งที่จะทำ ให้คนคนหนึ่งรู้จักกาลเทศะ ก็คือการที่คนคนนั้นรู้จักปฏิบัติตามมารยาททางสังคม และปฏิบัติตัวกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องสอนให้ลูกรู้จักมารยาททางสังคมว่ามีอะไรบ้าง เช่น การยกมือไหว้และกล่าวสวัสดีผู้ใหญ่การพูดจามีหางเสียง ลงท้ายด้วยค่ะหรือครับ การพูดจาสุภาพอ่อนโยน รู้จักเกรงใจและให้เกียรติผู้อื่น เป็นต้น

ทั้งนี้ทั้งนั้นที่กล่าวมาข้างต้นจะเป็นประโยชน์และเกิดผลที่ดีหาก ทุกคนในครอบครัวปฏิบัติตน เป็นตัวแบบที่ดีของผู้ที่มีวินัย เพื่อให้เด็กได้ซึมซับและเรียนรู้ผ่านตัวแบบ เด็กเรียนรู้ผ่านการเลียนแบบจากบุคคลใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ คําพูด และความคิด พ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้เลี้ยงดูเด็กจึงควรปฏิบัติตนเป็นตัวแบบที่ดีของผู้ที่มีวินัย เพื่อให้เด็กได้ซึมซับและเรียนรู้ผ่านตัวแบบที่ดี เช่น เก็บของใช้ของตนเองทุกครั้งเมื่อใช้เสร็จ ต่อคิวเข้าแถวทุกครั้งไม่แทรกแถวผู้อื่น และร่วมมือกันในการให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ควรมีคนใดคนหนึ่งปฏิบัติในขณะที่อีกคนปล่อยปละ ละเลย หรือให้เด็กได้ปฏิบัติบ้าง ไม่ปฏิบัติบ้าง เพราะจะทำ ให้เด็กเกิดความสับสน และไม่เกิดการเรียนรู้ในการสร้างวินัย เช่น การเข้านอนให้ตรงเวลา หากกํา หนดให้เด็กต้องเข้านอนเวลา 2 ทุ่ม ในขณะที่เด็กอยากจะเล่นต่อไม่ยอมเข้านอน ทุกคนต้องช่วยกระตุ้นให้เด็กเข้านอนตรงเวลา ไม่ควรมีคนใดคนหนึ่งที่เข้าข้างหรือยอมให้เด็กเล่นต่อได้ ผู้เขียน และเรียบเรียงหวังว่าทั้งหมดที่กล่าวมาคงเป็นแนวทางในการเสริมสร้างลูกรักให้มีวินัย โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้และทุก ๆ วันค่ะ.....
ที่มา : จุลสารเพื่อนอนุบาล ฉบับที่ 4 ปี 2563 (หน้า 7-9)
แผนกปฐมวัย
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ







