ทําไมเด็กควรเล่นกับธรรมชาติ
ในปัจจุบัน พื้นที่สีเขียวภายในเมืองลดน้อยลง รวมทั้งสนามเด็กเล่นดีๆ ก็เช่นกัน ทำให้เด็ก ๆ
ในทุกวันนี้คุ้นชินกับการเดินห้างมากกว่าการเดินบนหญ้า พวกเขาสูดอากาศจากเครื่องปรับอากาศมากกว่า
จากลมหายใจของต้นไม้
น่าเสียดายที่ผู้ใหญ่มองว่า การจะสร้างสนามเด็กเล่นดีๆ ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก เพราะเพ่งเล็ง
เห็นความสำคัญของเครื่องเล่นพลาสติกหรูหรามากกว่าดิน โคลน ทราย หิน กรวด ใบไม้ใบหญ้าตาม
พื้นดิน แต่สิ่งที่ของเล่นสำเร็จรูปเหล่านี้ไม่สามารถมาทดแทนของเล่นจากธรรมชาติที่ไร้รูป (Free form)
ได้คือ “จินตนาการ” ที่ธรรมชาติได้มอบให้และ “ประสบการณ์การสัมผัส” จากของจริง
ในความเป็นจริงแล้ว เด็กแค่ต้องการพื้นที่ในการเล่น และมีวัตถุดิบจากธรรมชาติให้เขาได้จินตนาการ
เด็ก ๆ มีถ้วย ชาม กะละมัง แก้ว ในการติ๊งต่างว่า เตาไฟและกระทะทำกับข้าว พวกเขามีใบไม้ใบหญ้า ดิน หิน
เป็นวัตถุดิบทำกับข้าว หรือ สมมติให้เป็นป่าเขา และตัวเองเป็นนายพรานมือฉมัง พวกเขามีต้นไม้เป็นเครื่องเล่น
ให้ออกแรงปีนไต่ เพื่อไปให้ถึงยอดหอคอยของปราสาทในความคิด เด็ก ๆ สามารถเปลี่ยนทุกสิ่งที่มีรอบตัวให้
เป็นของเล่นได้ขอเพียงแค่ “โอกาส” และ “พื้นที่ธรรมชาติ” ให้เขาได้เล่นบ้าง

ถ้าผู้ใหญ่อย่างเรานึกภาพไม่ออกว่า “เด็กจะเล่นยังไงกับพื้นที่ว่าง ๆ ไม่มีเครื่องเล่น” อยากให้พวกเรา
ลองนึกย้อนกลับไปในวันที่พวกเราต้องเข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้า แล้วต้องนั่งฟังครูใหญ่พูด รอบ ๆ ที่ ๆ
นั่งอยู่ บางโรงเรียนก็ปูด้วยอิฐตัวหนอนบ้าง หรือ บางโรงเรียนก็เป็นหญ้าเลย จำได้ไหมเวลานั้น เราสนุก
กับการหากิ่งไม้เล็ก ๆ ใบไม้แห้ง ๆ ที่ร่วงลงมาจากต้นไม้เอามาไชตามซอกที่มีดินระหว่างอิฐตัวหนอน
บ้างก็เด็ดหญ้า ขุดหลุมรอบ ๆ บอกได้คํา เดียวว่า ตอนนั้นเราเพลินมากทีเดียว
ดังนั้น มาถึงเด็ก ๆ วันนี้พวกเขาอาจจะต้องการโอกาสที่จะคิดหาวิธีเล่นกับสิ่งที่มีด้วยตัวเขาเอง
ที่สำคัญอย่ากลัวว่า “เด็กจะเบื่อ” หรือ “เด็กจะเล่นไม่เป็น” เพราะ “งานของเด็กคือการเล่น” พวกเขาจะหา
วิธีเล่นได้เอง

ถ้าเราไม่มีพื้นที่สีเขียว หรือ บ้านไม่มีอาณาบริเวณ ไม่เป็นไรถังปูนใบโต หรือกะละมังซักผ้าใน
ห้องน้ำนํามาใส่ทราย ใส่น้ำใช้แก้ขัดได้อุปกรณ์ไม่ต้องมีราคา ของใช้ในบ้านประยุกต์ได้ทั้งสิ้น (ถ้วย ชาม
พลาสติก ตะหลิว ช้อนเก่า) แต่ถ้าบ้านไม่มีพื้นที่จริง ๆ ห้องน้ำมีกะละมังซักผ้าใส่น้ำ ให้ลูกเข้าไปนั่งเล่น
หรือให้เด็กไปวิ่งเล่นนอกบ้านบ้าง เชื่อเถอะว่า “เด็ก ๆ สนุกกันมากกว่าที่เราคิด” ขอเพียงแค่โอกาสในการให้
ลูกได้เป็นเด็กที่เล่นสนุกตามวัยของเขาก็พอ
เมื่อเด็กเล่น ต้องทำใจว่า “ต้องมีเลอะเทอะ” เพราะ “เล่น และ เลอะ” คือของคู่กัน ไม่ต้องห่วง ให้เขา
เล่นอย่างเต็มที่ โดยมีแค่ข้อ 3 ข้อข้างต้นกํา กับ เมื่อเล่นเสร็จให้ชวนกันทำความสะอาด เป็นโอกาสดีที่เราจะได้สอน
ให้ลูกช่วยเหลือตัวเองและทำงานบ้าน เพราะลูกจะได้ฝึกซักผ้า กวาดถูเช็ดทำความสะอาด เพราะถ้าเขาเล่น
แต่ของเล่นที่สะอาด เด็ก ๆ คงไม่ได้เรียนรู้งานบ้านการทำความสะอาดอย่างเป็นธรรมชาติ




ที่มา : จุลสารเพื่อนอนุบาล ฉบับที่ 4 ปี 2563 (หน้า 29-31)
แผนกปฐมวัย
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ







