พิธีการลูกเสือวิสามัญ – พิธีการส่งลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ไปเป็นเตรียมลูกเสือวิสามัญ
พิธีการส่งลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ไปเป็นเตรียมลูกเสือวิสามัญ หมายถึง เมื่อลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่มีอายุระหว่าง ๑๖-๑๘ ปี สมควรได้รับการส่งเสริมให้เจริญก้าวหน้า ให้เข้าสู่การเป็นเตรียมลูกเสือวิสามัญซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกเสือประเภทสุดท้ายและลูกเสือที่มีอายุสูงสุด เป็นคนหนุ่มสาวที่มีความคิดค่อนข้างเป็นตัวของตัวเอง พร้อมจะได้รับคำแนะนำจากพี่เลี้ยง เพื่อส่งเสริมให้เจริญก้าวหน้าและมีความสำเร็จในชีวิตลูกเสือต่อไป
ความเป็นมา
ท่าน บี-พี ได้นำหลักการและวิธีการฝึกอบรมเพื่อการเตรียมตัวเป็นอัศวินของอังกฤษ มาเป็นแนวทางการประกอบพิธีส่งลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่เป็นเตรียมลูกเสือวิสามัญ พิธีนี้ถือเป็นพิธีที่สำคัญของลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ที่แสดงให้เห็นว่าลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่เมื่อมีอายุสูงขึ้น มีความรู้มากขึ้นและปฏิบัติตนตามแบบของลูกเสือดีขึ้น ผู้บังคับบัญชาจะส่งเสริมให้เจริญก้าวหน้าสมควรเป็นแบบอย่างของลูกเสือรุ่นน้อง ซึ่งต่อจะต้องไปศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม ทั้งด้านวิชาการ ด้านสังคมและทักษะของลูกเสือตามคำแนะนำของพี่เลี้ยง ที่จะคอยช่วยเหลือให้บรรลุจุดประสงค์ต่อไป
หลังจากการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือวิสามัญขั้นความรู้ชั้นสูง รุ่นแรกระหว่างวันที่ ๑๒-๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๖ ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือวิสามัญ จาก ๒๒ สถานศึกษา ได้นำหลักการวิธีการต่าง ๆ ของลูกเสือวิสามัญไปขยายผล จัดให้มีการอบรมลูกเสือพี่เลี้ยง ตั้งกองลูกเสือวิสามัญ และมีพิธีรับส่งลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่เป็นเตรียมลูกเสือวิสามัญในสถานศึกษา ที่มีลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ และลูกเสือวิสามัญอยู่ในสถานศึกษาเดียวกันขึ้น
พิธีการส่งลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ไปเป็นเตรียมลูกเสือวิสามัญ
เป็นพิธีการเมื่อลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่มีอายุที่จะเป็นลูกเสือวิสามัญได้ พิธีนี้ไม่จำเป็นเสมอไปที่จะให้กองลูกเสือวิสามัญมาร่วมพิธีทั้งกอง แต่ก็ควรมีลูกเสือวิสามัญบางส่วน ที่สำคัญประกอบด้วยพี่เลี้ยง ๒ คน กับผู้กำกับลูกเสือสามัญ การประกอบพิธีส่งตัวลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ไปเป็นลูกเสือวิสามัญให้ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
๑. กองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่จัดเป็นรูปครึ่งวงกลม ผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ยืนกลางผู้กำกับลูกเสือวิสามัญและพี่เลี้ยง ๒ คนยืนหลัง
๒. ผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่หันหน้าเข้าสู่กองลูกเสือ ผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่นำลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่มามอบตัวให้แก่ผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ
๓. พิธีการส่งมอบตัว ดังนี้
ผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ : “... (ออกชื่อลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่) ได้เป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ มา...ปี และปัจจุบันนี้โตพอที่จะ
เป็นลูกเสือวิสามัญได้แล้วข้าขอเสนอให้เป็นผู้สมัครใหม่ และข้าหวังว่าท่านคงจะรับไว้เป็น
เตรียมลูกเสือวิสามัญ"
ลูกเสือวิสามัญ : “ข้าเต็มใจ”
ผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ : “เจ้าเต็มใจจะฝึกอบรมในกองลูกเสือวิสามัญหรือ”
ผู้สมัครใหม่ : “ข้าเต็มใจ”
ผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ : “ถ้าเช่นนั้นกองลูกเสือวิสามัญก็เต็มใจที่จะรับเจ้าเข้าไว้”
“ในฐานะที่ข้าเป็นผู้นำของกลุ่ม ข้ามีความยินดีที่เจ้าจะได้ก้าวหน้า ต่อไปและขอให้เจ้าจงสำเร็จใน
กิจการลูกเสือวิสามัญ”
“ข้าขอมอบแถบสีเหลืองและสีเขียวที่ไหล่ให้แก่เจ้า ซึ่งเป็นแถบสีแทนลูกเสือสำรองและลูกเสือ
สามัญในกระบวนการลูกเสือ ส่วนแถบสีแดงแทนลูกเสือวิสามัญ ยังไม่ได้มอบให้ ทั้งนี้เป็นเครื่อง
เตือนใจว่าต่อไปนี้ เจ้าจะต้องเตรียมตัวเพื่อเข้าเป็นสมาชิกอันสมบูรณ์ในกองลูกเสือวิสามัญ ซึ่ง
ในขณะนี้ ข้าเชื่อว่าพี่เลี้ยงของเจ้าจะได้ช่วยให้เจ้าได้สำเร็จผลในความปรารถนาของเจ้า”
(พี่เลี้ยงสัมผัสมือกับผู้สมัครใหม่)
ผู้สมัครใหม่พร้อมกับพี่เลี้ยง ๒ คน กลับหลังหัน หันหน้าสู่กองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่และทำความเคารพด้วยท่าวันทยหัตถ์ กองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่แสดงการเคารพตอบพร้อมกับเปล่งเสียงแสดงความยินดี
คุณประโยชน์ของพิธีการส่งลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ไปเป็นเตรียมลูกเสือวิสามัญ
๑. เพื่อเสริมสร้างจิตวิญญาณของการเป็นลูกเสือ และตระหนักในความรับผิดชอบตามวุฒิภาวะของการเป็นลูกเสือวิสามัญ
๒. เพื่อส่งเสริมให้ตระหนักในความสัมพันธ์ของลูกเสือ เกิดความรู้สึกในความเป็นส่วนหนึ่ง และเป็นพวกเดียวกันในสังคมลูกเสือ
๓. เพื่อกระตุ้นให้เกิดความภาคภูมิใจในความเจริญก้าวหน้าของบทบาทหน้าที่ไปสู่การเป็นลูกเสือวิสามัญที่จะต้องมีภารกิจและหน้าที่ เพื่อบริการผู้อื่น (Service to Others) และประเทศชาติสูงขึ้น
๔. ส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าในการเรียนรู้ และได้รับการฝึกอบรมในกิจกรรมลูกเสือตามลำดับสู่ระดับที่สูงขึ้น ด้วยวิธีการของลูกเสือ
๕. เพื่อสร้างเสริมให้ลูกเสือวิสามัญภาคภูมิใจ ตระหนักถึงคุณค่าและประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับทางด้านจิตใจ
ที่มา : สารานุกรมลูกเสือ ๑๐๐ ปี ลูกเสือไทย เล่มที่ ๒