สถานที่ติดต่อ

122/9 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์

ยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

เวลาทำการ

เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์

หยุด เสาร์ - อาทิตย์

ติดต่อเพิ่มเติม

โทร : 02-681-3840-4

อีเมล์ : edba.thai@gmail.com

5 ลักษณะของพ่อแม่สมัยใหม่ที่ไม่สมบูรณ์

 

31 ม.ค 65 5 ลักษณะพ่อแม่ไม่ฯ

(ภาพ : https://parenting.firstcry.com)

 

            ลักษณะของพ่อแม่สมัยใหม่ที่ไม่สมบูรณ์ที่สอดคล้องกับข้อเขียนของ รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ที่ได้กล่าวถึงลักษณะของพ่อแม่ที่ไม่สมบูรณ์ในการเลี้ยงดูเด็กในหนังสือคุณภาพชีวิตเด็กปฐมวัยในหลายประเด็น ดังนี้

 

1. พ่อแม่มีความรู้ที่ไม่เพียงพอและไม่ทันต่อยุคสมัย

            พ่อแม่มีความรู้เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กโดยเฉพาะจิตวิทยาพัฒนาการและด้านการส่งเสริมทักษะสมอง EF ที่ไม่เพียงพอและไม่ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เป็นที่น่าสนใจว่าในยุคที่มีข่าวสารจำนวนมากเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กให้สืบคัน แต่ยังคงมีพ่อแม่จำนวนมากที่ขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยเฉพาะด้านจิตวิทยาพัฒนาการที่ว่าด้วยความรู้ที่ทำให้เข้าใจถึงพฤติกรรมของมนุษย์ในช่วงวัยต่างๆ และความรู้ด้านการพัฒนาทักษะสมอง EFซึ่งสำคัญต่อการพัฒนาเด็กให้มีทักษะของศตวรรษที่ 21 และเป็นทักษะที่ส่งผลต่อการประสบความสำเร็จของคนเรา ทักษะสมอง EF พัฒนาสูงสุดในช่วงปฐมวัย ซึ่งเป็นหน้าต่างแห่งโอกาสที่เปิดกว้างที่สุดกว่าทุกช่วงวัย การที่พ่อแม่มีความรู้ที่ไม่ทันกับยุคสมัยอาจด้วยพ่อแม่ไม่มีนิสัยรักการอ่าน การค้นคว้าหาข้อมูล ประกอบกับโลกสมัยใหม่ที่ผู้คนคุ้นชินกับความเร็ว จึงไม่อดทนที่จะอ่านและทำความเข้าใจกับข้อเขียนที่มีการพรรณนาเชิงความรู้ แต่นิยมที่จะอ่านข้อเขียนแบบ How to หรือสอบถามจากคนใกล้เคียง ไม่ก็เอาประสบการณ์เดิมที่เคยถูกเลี้ยงดูหรือที่ผู้ใหญ่เคยใช้มาใช้กับลูกโดยอัตโนมัติจึงเลี้ยงลูกโดยไม่ได้อาศัยความรู้จากหลักวิชา ที่ได้ผ่านการศึกษา วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เหมาะกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป

 

            อีกกรณีหนึ่ง คือพ่อแม่มีความรู้แต่ไม่สามารถนำมาประยุกต์ให้เหมาะกับวัยของลูก บ่อยครั้งที่พ่อแม่จะคาดหวังความสามารถของลูกต่ำกว่าที่เป็นจริง ด้วยความรักและเอ็นดูทำให้พ่อแม่มักเห็นลูกเล็กกว่าวัย

 

2. พ่อแม่ขาดทักษะในการเลี้ยงดูลูก

            เนื่องจากพ่อแม่ในยุคนี้ที่เติบโตมาในระบบการศึกษาที่เน้นในเรื่องของวิชาการ การสอบ ทำการบ้านและการแข่งขันทางวิชาการ ซึ่งเป็นการเรียนรู้โดยมีเป้าหมายเพื่อคะแนน จึงส่งผลให้พ่อแม่รุ่นนี้เติบโตมาเป็นผู้ที่ขาดทักษะชีวิตในหลายแง่มุม ทั้งด้านการจัดการกับอารมณ์ ความรู้สึก การปรับตัวต่อการทำกิจกรรมและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติและมีความสุข การโอนอ่อนผ่อนปรนกัน แทนการมุ่งแข่งขันมุ่งเอาชนะ เรียนเก่งเป็นเด็กดี เรียนไม่เก่งเป็นเด็กมีปัญหา เราจึงมีพ่อแม่จำนวนมากที่จัดการกับชีวิตไม่เป็น ขาดความเข้าใจชีวิตตนเองและผู้อื่น ขาดความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม เมื่อต้องมาจัดการและรับผิดชอบต่อชีวิตเด็ก จึงเป็นสิ่งที่ยากและลำบากในการเป็นพ่อแม่

            เมื่อประกอบกับการที่เป็นครอบครัวขนาดเล็กมีลูกคนเดียว และดำรงชีวิตในเมือง ครอบครัวจึงเหมือนว้าเหว่ ขาดที่พึ่ง การเลี้ยงดูลูกจึงเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น เพียงเพื่อให้ปัญหาในขณะนั้นยุติไปก่อน ส่วนปัญหาที่ตามมาในระยะยาวค่อยว่ากันภายหลัง เด็กจึงมักถูกนำไปฝากเลี้ยง หรือมีพี่เลี้ยงมาช่วยดูแล แม้จะพยายามศึกษาหาความรู้ แต่เพราะไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยตัวเอง จึงไม่เกิดทักษะในการเลี้ยงดูลูก และไม่สามารถนำความรู้มาปรับใช้กับลูกได้

            ภาระต่าง ๆ ในการพัฒนาเด็กจึงตกอยู่กับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย พ่อแม่นำลูกเข้าสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเร็วขึ้น เด็กฝึกการขับถ่าย การหย่านม การช่วยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจำวันที่โรงเรียน หากพ่อแม่ไม่มีความใกล้ชิดกับโรงเรียนหรือไม่ได้ร่วมฝึกฝนเด็กอย่างต่อเนื่องกับทางโรงเรียน การพัฒนาลูกก็ย่อมไม่ได้ผลเต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น ปัจจุบันโรงเรียนจำนวนหนึ่งจึงมีความพยายามที่จะจัด       ห้องเรียนพ่อแม่ เพื่อสนับสนุนให้พ่อแม่มีทักษะในการเลี้ยงลูกด้วยตัวเองอย่างมีคุณภาพ เพราะโรงเรียนตระหนักดีว่าพ่อแม่ และบุคคลในครอบครัวมีอิทธิพลต่อการพัฒนาเด็กมากที่สุด ต่อมาคือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และหากว่าการทำงานร่วมกันระหว่างบ้านและโรงเรียนมีประสิทธิภาพย่อมเกิดผลดีโดยตรงต่อเด็ก

 

3. พ่อแม่ทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานมากกว่าการเลี้ยงดูลูก

            ในยุคเศรษฐกิจที่ผันผวน ทำให้พ่อแม่วิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีลูกเล็ก ครอบครัวเพิ่งเริ่มต้น จึงทุ่มเทเวลาให้กับงานอย่างเต็มที่ ประกอบกับการขาดทักษะในการเลี้ยงลูก จึงมักเลือกที่จะหาคนเลี้ยงลูก อาจเป็นคนที่รับจ้างเลี้ยงตามบ้าน พี่เลี้ยง หรือส่งสถานรับเลี้ยงเด็ก ครอบครัวใดที่มีปู่ย่าตายาย ก็อาจจะเป็นที่พึ่งที่ดีให้กับครอบครัวเล็กได้

            การที่พ่อแม่ให้เวลากับการทำงานทำให้เวลาเลี้ยงดู เล่นสนุกกับลูกลดลงหรือแทบไม่มีเลย ทำให้เด็กเล็ก ๆ มีความเสี่ยงทั้งในเรื่องความปลอดภัย สุขอนามัย และการส่งเสริมพัฒนาการให้ลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความผูกพัน ที่เด็กต้องการจากพ่อแม่ ความผูกพันไว้ใจที่เป็นฐานที่มั่นทางใจของเด็ก ๆ ย่อมสั่นคลอนไปพร้อม ๆ กับพัฒนาการด้านต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยการสังเกตอย่างใกล้ชิด และการทำซ้ำด้วยความเอาใจใส่

            หากจะกล่าวว่า การมีทรัพย์สินเงินทองเป็นความมั่นคงสูงสุดของครอบครัว แต่การมีลูกที่มีร่างกายแข็งแรง มีความมั่นคงทางจิตใจ มีพัฒนาการและการเรียนรู้ที่ดี ย่อมนำมาซึ่งความสุขความสำเร็จของคนเป็นพ่อแม่ ยิ่งกว่าทรัพย์สินเงินทอง หากว่าลูกมีความบกพร่องที่เกิดจากการเลี้ยงดู อันนำไปสู่การมีปัญหาการเรียน ปัญหาความก้าวร้าวรุนแรงความไม่มั่นคงทางอารมณ์ ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่มีความรับผิดชอบ ฯลฯ ซึ่งเหล่านี้เป็นผลระยะยาวต่อความล้มเหลวในชีวิตลูก แม้ว่าจะมีทรัพย์สินมากเท่าใด ก็ไม่อาจเยียวยาความทุกข์ใจที่เป็นผลจากปัญหาพฤติกรรมของลูกได้

 

31 ม.ค 65 5 ลักษณะพ่อแม่ไม่ฯ

(ภาพ : https://tonkit360.com)

 

4. พ่อแม่ขาดความรับผิดชอบต่อการเลี้ยงดูลูก

            พ่อแม่ที่เติบโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้ฝึกให้มีความรับผิดชอบ ทั้งต่อตัวเองและการงานในบ้าน พ่อแม่ไม่เรียกให้ช่วยงานบ้าน ปล่อยให้เป็นภาระของผู้ใหญ่ เด็ก ๆ มีหน้าที่เรียน ทำการบ้าน และดูทีวีอย่างมีความสุข ทำให้เด็กไม่มีทักษะในการทำงานขาดความตระหนักถึงความรับผิดชอบ เมื่อมาเป็นพ่อแม่ที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตลูก จึงไม่มีความอดทน และความรับผิดชอบต่อการเลี้ยงดูลูก ไม่ใส่ใจที่จะให้เวลากับลูก พ่อแม่ประเภทนี้มักมีอายุน้อย บางคนอายุไม่น้อยแต่ก็ติดความสนุกสนาน และรักความสบาย สามารถเล่น Line เล่น Facebook ได้นาน ๆ แทนการเอาเวลามาเล่านิทานอ่านหนังสือกับลูก เมื่อมีลูกจึงมักจะพาไปเข้าเรียนตั้งแต่อายุยังน้อย หรือไม่ก็เอาไปฝากไว้กับย่ายาย เมื่อฝากเลี้ยงแล้วก็ยังไม่สนใจติดตามความก้าวหน้าของลูก เมื่อโรงเรียนขอความร่วมมือก็มักจะลืมบ้าง ไม่สนใจเข้าร่วมประชุมและทำกิจกรรมกับลูกที่โรงเรียน วันหยุดที่พอจะมีเวลากับลูกก็พาลูกไปห้างสรรพสินค้าหรือไม่ก็เอาไปฝากเลี้ยงอีก เพราะไม่สามารถอดทนที่จะเลี้ยงดู ทำกิจกรรมกับลูก และไม่มีความพยายามที่จะเลี้ยงลูกด้วยตนเอง

 

5. พ่อแม่ขาดความสามารถในการจัดการปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว

            ครอบครัวลักษณะนี้เป็นครอบครัวจะไม่ฟังกัน ต่างคนต่างมีทิฐิมานะ ยึดมั่นกับความคิดของตัวเอง ตั้งตัวอยู่คนละข้างเสมอ บทสนทนาจะเต็มไปด้วยความขัดแย้ง นำมาซึ่งการทะเลาะเบาะแว้งจ้องจับผิดกันตลอดเวลา พูดจาโต้เถียงรุนแรงเหน็บแนม เสียดสี โดยไม่ใส่ใจต่อความรู้สึกของอีกฝ่าย เมื่อไม่พอใจก็จะมีกิริยาประชดประชัน ไม่ก็มีท่าทีไม่สนใจ ปล่อยปละละเลย ส่งผลให้ครอบครัวไม่เป็นพื้นที่ร่มเย็นให้กับลูก บ้านขาดความรักความอบอุ่น และความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย นอกจากเด็กจะไม่ค่อยให้ความเอาใจใส่ในการเลี้ยงดู และได้รับความรักอย่างที่ควรแล้ว บางบ้านยังทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองเป็นตัวภาระของพ่อแม่ ที่ต้องทนอยู่ด้วยกันเพราะมีลูก ไม่เห็นว่าตัวเองมีคุณค่า ขาดความเคารพนับถือตัวเอง เด็กที่เติบโตในบ้านที่มีแต่ความขัดแย้งจะมีแนวโน้มที่แตกต่างกัน เป็น 2 แบบ

            แบบแรก จะเป็นเด็กที่รู้สึกไม่ปลอดภัย ลักษณะที่แสดงออกจะเป็นเด็กที่ขี้กลัว หวาดระแวงไม่มั่นใจในตัวเอง ต้องการความรักและการยอมรับจากคนรอบข้าง กลัวการพลัดพราก จึงยอมที่จะเป็นลูกไล่ ลูกสมุน ไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้โดยลำพัง มีภาวะซึมเศร้า ขาดความสุข ขาดกำลังใจ และไม่มีพลังชีวิต

            แบบที่สอง จะเป็นเด็กที่เรียกร้องความสนใจและมักใช้วิธีการที่เลียนแบบพฤติกรรมความก้าวร้าวที่เห็นเป็นประจำที่บ้าน เลือกใช้วิธีการแก้ปัญหาโดยใช้ความรุนแรง ขาดความยับยั้งชั่งใจ การแสดงออกที่รุนแรงบ่อยครั้งเป็นไปเพื่อจะกลบหรือซ่อนความอ่อนแอในจิตใจ จึงมีอารมณ์ที่แปรปรวน เด็กเหล่านี้บางคนก็มีความแข็งกร้าว ชอบที่จะสันโดษ ไม่คบกับใคร บางคนก็ชอบที่จะเป็นหัวโจก หัวหน้าแก๊งการแสดงออกจะก้าวร้าว โมโหร้าย อาละวาด ชอบโต้เถียง มุ่งเอาชนะ ไม่ยอมจำนน ควบคุมอารมณ์ได้ยาก ไม่รับฟัง ไม่ยอมรับและทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ ไม่เคารพกฎกติกา

 

***********

ที่มาของข้อมูล : ทักษะสมอง EF กับคำสอนในวิถีไทย จาก สำนักงานกองทุนสนับสนุการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ สถาบัน RLG (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) บริษัท รักลูกกรุ๊ป จำกัด  (หน้า 15-17)

Link เพื่อแชร์ >> https://bit.ly/3obGVgq

แผนกปฐมวัย

ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

www.edbathai.com

adminmam

 

   เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

     1. สภาการศึกษาคาทอลิกฯ
     2. สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ
     3. สื่อมวลชนคาทอลิกฯ
     4. ฝ่ายงานธรรมทูตกรุงเทพฯ
     5. ฝ่ายสังคมฯ (Caritas)
     6. แผนกคริสตศาสนธรรมกรุงเทพฯ
     7. แผนกเยาวชนกรุงเทพฯ
     8. แผนกพระคัมภีร์กรุงเทพฯ
     9. บ้านผู้หว่าน (นครปฐม)
    10. วิทยาลัยแสงธรรม สามพราน
    11. ศูนย์อบรมซีซี (NCC)
    12. ศูนย์คำสอนราชบุรี (คำสอนดีดี)


  11 สังฆมณฑลประเทศไทย

     1. อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
     2. อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ
     3. สังฆมณฑลเชียงใหม่
     4. สังฆมณฑลนครสวรรค์
     5. สังฆมณฑลราชบุรี
     6. สังฆมณฑลนครราชสีมา
     7. สังฆมณฑลอุบลราชธานี
     8. สังฆมณฑลอุดรธานี
     9. สังฆมณฑลจันทบุรี
    10. สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
    11. สังฆมณฑลเชียงราย

ฟอร์มติดต่อ

แผนที่ติดต่อ (Google Map)

อัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก - Video Content!

More Videos - อัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก

ปฐมวัย - Video Content!

More Videos - ปฐมวัย

 ปก พระวาจาA5 6 2 68jpg Page1 

Poster สั่งซื้อวิชาคริสต์2025

 

Poster สั่งซื้อวิชาจริย2025

 

liturgical calendar

 BBdiary2025

 

ordomissae