
สารพันวิธีปลูกฝังการประหยัด อดออมตั้งแต่เด็ก
1.สร้างภาพเด็กส่วนใหญ่มักจะเลียนแบบพฤติกรรมของ พ่อแม่ บุคคลรอบข้าง และบุคคลที่ตนชื่นชอบ ถ้าเรา ต้องการปลูกฝังนิสัยประหยัดให้ลูกก็ควรทำาตัวเป็นแบบ อย่างเพื่อที่ลูกจะได้ซึมซับแต่สิ่งที่ดี ๆ เช่น กินข้าวให้ หมดจาน ซ่อมแซมของเก่าแทนการซื้อของใหม่ นำของที่ไม่ได้ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ เช่น ซ่อมรองเท้า ซ่อมเสื้อผ้า ซ่อมกระเป๋า เป็นต้น ไม่ควรพูดอีกอย่าง แล้วทำอีกอย่างเพราะเด็กจะสับสนไม่รู้ว่าอะไรกันแน่ ที่ถูกต้อง เช่น บ่นลูกว่าใช้เงินเปลือง ไม่ช่วยพ่อแม่ ประหยัด แต่ตนเองนั้นชอบช็อปปิ้ง ซื้อข้าวของไร้สาระ ของแพง หรือของอำานวยความสะดวกเกินจำาเป็นไว้ เต็มบ้าน เข้าข่ายตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำาสอน หรือเวลา ที่พ่อแม่กลับจากที่ทำางานมามีเศษสตางค์จากซื้อของหรือขึ้นรถเมล์ บอกลูกหน่อยว่าเงินนี้มาจากไหน แล้วหยอดกระปุกให้ลูกเห็น การเก็บสะสมวันละเล็ก ละน้อย นาน ๆ จะมากเองเหมือนน้ำาหยดลงตุ่มทีละหยดในที่สุดมันก็เต็ม
2. สร้างวินัยต้องฝึกวินัยการออมโดยนำเงินค่าขนมที่เหลือ มาหยอดกระปุกออมสินทุกวัน พ่อแม่ควรเข้มงวดกับ เรื่องนี้จนทำาให้ลูกรู้สึกว่าการออมเงินเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะติดตัวลูกไปจนทำาให้เขารู้ว่าชีวิตนี้ ขาดการออมเงินไม่ได้ โดยพ่อแม่หากระปุกออมสินน่ารัก ให้ลูกไว้หยอดเงินค่าขนม หรือเงินที่ได้จากคุณตาคุณยาย พอครบเดือนก็ชวนกันนับสตางค์ ออกปากชมเมื่อมี เงินเก็บเพิ่มขึ้น ถ้าลูกโตขึ้นมาอีกหน่อยลองหากระปุก ออมสินเพิ่มให้เขา มีกระปุกแยกไว้ใบหนึ่งเก็บไว้ซื้อของที่ อยากได้ อีกใบเก็บไว้ไปฝากธนาคารเป็นเงินออม พอเงิน เต็มกระปุกพาลูกไปฝากเงินเข้าบัญชีธนาคาร และอธิบาย เรื่องการฝากเงินในธนาคารให้ลูกฟัง เขาจะภูมิใจกับเงิน จำนวนที่เพิ่มมากขึ้น ถ้าลูกคุ้นเคยกับการฝากเงินแล้ว ชวนเขาตั้งใจเก็บเงินเพิ่มขึ้นอีกหน่อยแล้วให้รางวัล พ่อแม่ จะช่วยฝากเพิ่มถ้าเขาทำาได้อย่างที่ตั้งใจไว้นอกจากเก็บเงินแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องสอน ให้ลูกรู้จักเป็นผู้ให้ด้วยนะคะ เช่น แบ่งส่วนหนึ่งพาเขาไป บริจาคทำบุญ หรือให้เก็บเงินไว้ตามกำาลังสำาหรับซื้อของ ขวัญให้คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย พี่ๆน้องๆ ในวัน สำคัญในเทศกาลต่าง ๆ
3. สร้างนิสัยหัดให้ลูกรู้จักวิธีบริหารเงินจากการจัดสรรค่าขนมสำาหรับเด็กเล็กก็อาจจะปรับจากรายวันเป็นรายสัปดาห์ส่วนเด็กโตก็ปรับวิธีการให้จากรายสัปดาห์เป็นรายเดือนและต้องสร้างนิสัยการจดบัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อจะได้รู้ ว่าตนเองมีพฤติกรรมการใช้เงินอย่างไร ว่าจ่ายไปกับอะไร บ้าง ซึ่งพ่อแม่อาจจะชักจูงให้ลูกจดบัญชีโดยการตั้งกฎไว้ ว่าถ้าต้องการขอค่าขนมเพิ่มต้องแจกแจงรายละเอียด รายจ่ายถ้าเงินหมดไปกับสิ่งไม่มีประโยชน์ก็จะไม่ให้เงิน ค่าขนมเพิ่ม และจะได้ใช้โอกาสนี้สอนลูกว่าถ้าใช้เงินไม่เป็น ก็จะทำาให้เงินหมดไม่มีเงินใช้กินขนม เมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่ เริ่มทำางาน จะได้รู้วิธีจัดสรรเงินเดือนให้พอใช้ทั้งเดือนเวลาได้รับใบเสร็จค่าน้ำาค่าไฟ ก็พูดคุยถึงค่าใช้จ่ายแต่ละ เดือน ชวนกันหาวิธีใช้อย่างประหยัดให้ลูกได้ฟังด้วย ถ้าลูกไม่รักษาสิ่งของทำาของหายบ่อย หรืออยากได้สิ่งของ เกินจำนวนที่ตกลงกันไว้ คุณแม่ควรให้เขารับผิดชอบ ส่วนนั้นด้วยตนเอง เพื่อฝึกให้รู้จักความรับผิดชอบและ คุณค่าของเงิน ปวดหัวกับของเล่นที่ลูกเบื่อไม่อยากเล่น ซื้อมาเล่น 1-2 ครั้งก็ทิ้ง ทำาให้สิ้นเปลืองเงินทองถ้าต้องการให้ลูก รู้จักคุณค่าของเล่นมากกว่านี้ก็ควรฝืนใจไม่ยอมซื้อให้ ทันที แล้วชักจูงให้ลูกออมเงินซื้อของเล่นจากเงินค่าขนม ของตัวเองเพื่อจะได้รู้ว่ากว่าจะได้ของเล่นแต่ละชิ้นนั้นมัน ยากลำาบากมากแค่ไหน เมื่อเก็บเงินครบจนซื้อของเล่น มาครอบครองได้สำเร็จ ก็จะดูแลดีมากกว่าของเล่นชิ้นอื่น ของเล่นราคาแพงเกินกว่าเหตุ ถึงลูกจะเก็บเงินจากที่ คุณตาคุณยายให้ตอนเทศกาลต่างๆก็ต้องสอนให้ลูก เข้าใจว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ต้องการ บางอย่างก็ต้อง ห้ามใจ เพราะเงินมีจำนวนจำากัดสำาหรับแบ่งใช้จ่ายในส่วน ต่าง ๆ จึงต้องเลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่จำาเป็น มีคุณค่า ราคา สมเหตุสมผล ของที่ซื้อมาแล้วใช้ให้คุ้มค่าอย่าทิ้งขว้างเช่น อาหารหรือขนมที่เก็บไว้ในตู้เย็น พ่อแม่ต้องทำาเป็น ตัวอย่าง และสอนให้ลูกกินของที่มีอยู่ให้หมดก่อนค่อย ซื้อใหม่ของเก่าจะได้ไม่ต้องทิ้งไป
4.สร้างความรักอะไรที่ได้มาง่าย ๆ เราก็จะหลงลืมและทอดทิ้งมัน ไปง่าย ๆ แต่ถ้าอะไรที่บุกป่าฝ่าดงไปตามหาได้มาอย่าง ยากลำบาก เราจะรู้สึกรัก หวงแหนมันมากเป็นพิเศษและ ดูแลของสิ่งนั้นเป็นอย่างดี พ่อแม่หลายครอบครัวอาจจะ
5.สร้างความคิดสร้างเกราะป้องกันทางความคิดด้วยการสอนลูก ด้วยเหตุผลว่าอะไรคือสิ่งจำาเป็นและไม่จำาเป็น คิดก่อนซื้อ และรู้จักตัวเอง เช่น ถ้าวันไหนไม่มีเงินค่าขนมเหลือกลับ มาหยอดกระปุก พ่อแม่ก็ควรสอบถามว่าใช้เงินไปกับอะไร ไม่ควรเป็นคำาถามในเชิงจับผิด แต่ควรสอบถามถึงเหตุผล การใช้เงินเพื่อปรับวิธีการใช้เงินที่ถูกต้องให้ลูก เช่น ถ้าลูก อาจจะนำาเงินไปซื้อขนมกรุบกรอบ และดื่มน้ำาอัดลม เพราะหิวมาก เราก็อาจจะแนะนำาว่าควรซื้อของกิน อะไรบ้างที่ทำาให้อิ่มท้อง ไม่ใช่กินขนมกรุบกรอบกับ น้ำาอัดลมที่กินไปเมื่อเย็นนี้ เวลาพาลูกไปซื้อของด้วยพ่อแม่อาจจะคุยเรื่องงบใช้จ่ายของวันนี้ ว่าจะใช้ไม่เกิน เท่าไหร่ เปรียบเทียบราคาสินค้าว่าอย่างไหนคุ้มค่าคุ้มราคาสมเหตุสมผล พ่อแม่อย่าคิดว่าพูดเรื่องนี้ไปลูกก็ไม่รู้เรื่องหรอก เพราะยังเด็กอยู่ รอให้เขาโตกว่านี้แล้วค่อยเล่าให้ฟังก็ได้ แต่พ่อแม่ก็มักจะเห็นลูกเป็นเด็กอยู่ตลอดเวลา แล้วเมื่อไหร่ จะได้เวลาอธิบายเรื่องเงินให้ลูกฟัง เด็กสมัยนี้ฉลาด พูดแล้วเข้าใจง่ายกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก ดังนั้น ถ้าเรา ปลูกฝังความคิดเรื่องเกี่ยวกับการเงินได้เร็วเท่าไหร่จะยิ่งดี
6.สร้างความรู้ปลูกฝังเรื่องวิธีการใช้เงินอย่างฉลาด วิธีใช้เงิน ที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร อธิบายอย่างง่ายให้ลูกเห็นภาพ ว่าเงินที่ใช้นั้นมาจากการทำงานแล้วจ่ายไปกับสิ่งต่างๆ เพื่อให้ครอบครัวมีบ้าน มีรถยนต์ มีของกิน มีค่าเล่าเรียน มีค่ารักษาพยาบาลยามที่เราเจ็บป่วย ฯลฯ สอนให้รู้จัก คำาว่า “หนี้” เช่นถ้าเราเป็นหนี้ธนาคารแล้วไม่ใช้คืนวันหนึ่งธนาคารก็จะมายึดสิ่งของที่เรามีไปได้ เรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกับลมหายใจที่ทำให้ เรามีชีวิตอยู่ได้ แต่กลับเป็นสิ่งที่เรารู้จักมันน้อยที่สุด การทำความรู้จักเงินนั้นต้องเริ่มปลูกความคิดเกี่ยวกับเงิน มาตั้งแต่เด็กว่าควรใช้เงินอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อที่จะเติบโตขึ้นกลายเป็น “ผู้ใหญ่ที่รู้จักใช้เงินอย่าง คุ้มค่า” และออมไว้เมื่อยามจำาเป็น
ที่มา : จุลสารเพื่อนอนุบาล ฉบับที่ 2 ปี 2563 (หน้า 6-8)
แผนกปฐมวัย
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ







