
กระทรวงสาธารณสุขได้แนะนำ วิธี/มาตรการการดูแลสุขภาพและการดูเด็กเล็กให้ห่างจากฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ไว้ดังนี้ค่ะ
1. หมั่นเช็คค่าฝุ่นละอองอยู่เสมอเช็คค่าฝุ่นละอองในทุกเช้า ก่อนพาลูกไปโรงเรียน เพื่อที่จะได้ทราบว่าพื้นที่แถวโรงเรียนนั้นมีความหนาแน่นของฝุ่นเพียงใด
2. สวมหน้ากากกรองฝุ่นละอองพยายามให้ลูกสวมหน้ากากกรองฝุ่นละอองโดยเฉพาะช่วงเช้าเวลาเดินทางไปโรงเรียน หรือเวลาออกไปภายนอกบ้าน เนื่องจากเป็นช่วงที่ค่าฝุ่นละออง แขวนลอยในอากาศเป็นจำนวนมากแต่ผู้ปกครองอาจเจอปัญหา เนื่องจากเด็ก ๆ ไม่ยอมสวมหน้ากาก คุณพ่อคุณแม่จึงต้องสวมเป็นตัวอย่างอยู่เสมอเพื่อไม่ให้เด็ก ๆ รู้สึกแปลกประหลาดหรือหาหน้ากากลายการ์ตูน หรือสีที่เด็ก ๆ ชอบเพื่อดักฝุ่นละออง และมลพิษอากาศค่ะ
3. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ 6 แก้วต่อวันดื่มน้ำ และทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายให้เพียงพอ อาหารจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกภายในร่างกายให้ออกไปได้ค่ะ โดยเด็ก ๆ ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวันนั่นเอง
4. ใช้เครื่องกรองฝุ่น โดยเฉพาะเวลากลางคืน ช่วงเวลากลางคืนยิ่งเป็นช่วงเวลาที่มีฝุ่นละอองเยอะมาก เพราะค่าฝุ่นละอองจะหนาแน่นขึ้นเมื่ออากาศเย็นลง ซึ่งอยู่ในช่วงกลางคืน 1 ทุ่มจนกระทั่ง 9 โมงเช้า ทำให้เป็นช่วงเวลาที่ควรใช้เครื่องฟอกอากาศเพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง และอย่าลืมว่าเด็ก ๆ จะหายใจลึกขึ้นขณะหลับอีกด้วยทำให้ยิ่งเสี่ยงต่อการสูดดมฝุ่นละออง
5. หมั่นกำจัดฝุ่นละอองภายในรถนอกจากการจัดการกับฝุ่นละอองภายในบ้านและฝุ่นละอองในอากาศภายนอกแล้ว ไม่ควรละเลยเรื่องฝุ่นละอองภายในรถ ซึ่งเป็นที่ที่เสี่ยงต่อการสูดดมฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศอื่น ๆ เข้าไปอีกเบื้องต้นให้ตรวจสอบกับทางศูนย์รถยนต์เพื่อเช็คฟิลเตอร์เครื่องปรับอากาศภายในรถให้เปลี่ยนจากฟิลเตอร์มาตรฐานทั่วไป มาเป็นฟิลเตอร์แบบHEPA แทนหรือใช้เครื่องฟอกอากาศภายในรถร่วมด้วย
6. ปลูกต้นไม้ไล่สารพิษรอบ ๆ บ้านการปลูกต้นไม้ที่สามารถดูดกลืนสารพิษได้เป็นสิ่งที่ดีเมื่อเราปลูกไว้รอบ ๆ เพราะลูกจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ที่บ้านค่ะ นอกจากนี้การปลูกต้นไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยฟอกและเพิ่มความชุ่มชื่นในอากาศซึ่งนอกจากจะช่วยดูดสารพิษแล้วเรายังจะได้รับอากาศที่ปลอดโปร่งอีกด้วย
7. พาลูกออกกำลังกายสม่ำเสมอเราอาจได้ยินมาบ้างว่าในช่วงที่มีฝุ่นละอองหนาแน่น ควรเลี่ยงการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการออกกำลังกายภายนอกอาคาร แต่ความจริงแล้วการออกกำลังกายเป็นผลดีกว่าการอยู่เฉย ๆ ทำ ให้เด็ก ๆ ไม่ป่วยง่าย ควบคุมโรคหอบหืดได้ดีกว่าอีกด้วย เพียงแต่อาจเปลี่ยนเป็นการออกกำ ลังกายในตัวอาคารแทน เพื่อลดการปะทะกับฝุ่นละออง PM 2.5โดยตรง
เด็กตัวเล็ก ๆ มักจะได้รับผลกระทบต่อร่างกายจากฝุ่นละออง PM 2.5 มากกว่าผู้ใหญ่ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์เด็กแรกเกิด และเด็กเล็กซึ่งอยู่ในช่วงที่ร่างกายกำลังเติบโต รวมทั้งสามารถส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย ในฐานะผู้ปกครองเราควรใส่ใจและปกป้องเด็ก ๆ เป็นพิเศษ เพื่อสุขภาพที่ดีและลดปัญหาที่จะตามมาภายหลังนะคะ และนอกจากการปกป้องตนเองโดยหลีกเลี่ยงปัญหาฝุ่นละอองข้างต้นซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว ถ้าเราใช้โอกาสนี้ในการสอนลูก ๆ ให้เห็นถึงความสำคัญของการช่วยกันดูแลรักษาโลกใบนี้ทำความเข้าใจกับเขาในเรื่องของสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะอะไร ก็จะช่วยปลูกฝังความคิดในการช่วยกันอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาได้ในระยะยาว ซึ่งจะเป็นผลดีกับพวกเขาเองต่อไปในอนาคต แต่จะทำอย่างไรที่จะช่วยปลูกฝังจิตสำนึกนี้ให้กับลูกๆของเราได้จะเห็นว่าในต่างประเทศบางประเทศพวกเขาปลูกฝังจิตสำนึกนี้กันตั้งแต่เด็กเลยทีเดียว
ที่มา : จุลสารเพื่อนอนุบาล ฉบับที่ 2 ปี 2563 (หน้า 27-28)
แผนกปฐมวัย
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ







