สถานที่ติดต่อ

122/9 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์

ยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

เวลาทำการ

เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์

หยุด เสาร์ - อาทิตย์

ติดต่อเพิ่มเติม

โทร : 02-681-3840-4

อีเมล์ : edba.thai@gmail.com

ประวัติความเป็นมาเนตรนารี

ความหมาย
            เนตรนารี หมายถึง ลูกเสือหญิง บี-พี ไม่เรียกลูกเสือหญิงว่า Girl Scout แต่เรียกว่า Girl Guide แทน เพื่อเอาใจพ่อแม่เด็กผู้หญิงในสมัยนั้น ที่ยังไม่ยอมให้เด็กผู้หญิงมีพฤติกรรมแบบเด็กชาย แต่กิจกรรมของเนตรนารีมิได้แตกต่างจากลูกเสือชายแต่อย่างใด
image001

ภาพจาก : https://openhousenygh.com/cca-showcase/girl-guides/#jp-carousel-996
เนตรนารี

ความเป็นมา
            ในพ.ศ. ๒๔๕๒ (ค.ศ. ๑๙๐๙) เพียง ๒ ปี หลังจากการก่อกำเนิดลูกเสือ ได้มีการจัดงานชุมนุมลูกเสือที่ คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace Rally) ในกรุงลอนดอน มีลูกเสือเข้าร่วมงานชุมนุมฯ ประมาณ ๑๑,๐๐๐ คน การชุมนุมฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูง King Edward VII กษัตริย์อังกฤษ ได้ทรงส่งโทรเลขแสดงความยินดีกับ บี-พี ในระหว่างงานชุมนุม บี-พี ได้พบว่าเด็กหญิงกลุ่มหนึ่งแต่งกายแบบลูกเสือ เข้าร่วมในงานชุมนุมฯ ด้วย การที่มี “ลูกเสือหญิง” (Girl Scouts) ร่วมอยู่ในงานชุมนุมฯ สร้างความประหลาดใจไม่คาดคิดมาก่อนให้กับ บี-พี และสังคมอังกฤษ เพราะเด็กผู้หญิงในสมัยนั้น จะต้องประพฤติปฏิบัติตัวแบบกุลสตรีที่ดีงามเท่านั้น ไม่ควรที่จะมาเข้าค่ายพักแรมแบบเด็กผู้ชาย แสดงว่าเด็กหญิงกลุ่มนี้มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นลูกเสืออย่างแน่วแน่ โดยไม่เกรงกลัวข้อทัดทานใด ๆ จากพ่อแม่และสังคม บี-พี จึงตกลงใจที่จะให้มีลูกเสือหญิงได้ตามคำเรียกร้อง และได้ขอร้องให้น้องสาวคนเดียว ชื่อ แอกเนส เบเดน-โพเอลล์ (Agnes Baden-Powell) เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบกิจการลูกเสือหญิง โดยในพ.ศ. ๒๔๕๓ แอกเนส เบเดน-โพเอลล์ ได้จัดตั้ง “สมาคมเนตรนารี” (Girl Guides Association) ขึ้น มีสมาชิกเริ่มต้นกว่า ๖,๐๐๐ คน การที่ต้องจัดตั้งสมาคมเนตรนารีแยกต่างหากจากลูกเสือชาย เนื่องจากว่าในสมัยนั้น พ่อแม่ยังยอมรับไม่ได้ที่จะให้ลูกสาวทำกิจกรรมร่วมกับเด็กผู้ชาย ในปัจจุบันถึงแม้การทำกิจกรรมร่วมระหว่างเด็กหญิงและชาย จะเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป แต่องค์กรทั้งสองก็ยังคงแยกกันอยู่เหมือนเดิม

          ในระหว่างสงครามโลก ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๔๕๗-๒๔๖๑ เนตรนารีและลูกเสือได้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือสังคม ประเทศชาติอย่างมาก บี-พี จึงพิจารณาเห็นว่าควรจะมีการบริหารจัดการกิจการเนตรนารีเสียใหม่ จึงเขียนหนังสือ “คู่มือเนตรนารี” (Girl Guiding) ขึ้นในพ.ศ. ๒๔๖๑ และได้มอบหมายให้ภรรยาสาว โอเลฟ เบเดน-โพเอลล์ (ขณะนั้นอายุเพียง ๒๙ ปี) รับหน้าที่ดูแลกิจการเนตรนารีแทนน้องสาว ซึ่ง โอเลฟ เบเดน-โพเอลล์ ก็รับด้วยความยินดี และรับตำแหน่งประมุขเนตรนารี (Chief Guide) พ.ศ. ๒๔๖๑ นั่นเอง ซึ่งตำแหน่งนี้ได้เปลี่ยนเป็น “ประมุขเนตรนารีโลก” (World Chief Guide) ในพ.ศ. ๒๔๗๓ และดำรงตำแหน่งนี้จนวันสุดท้ายของชีวิต ในพ.ศ. ๒๕๒๐ (ค.ศ. ๑๙๗๗)

          กิจการเนตรนารีภายใต้การนำของ โอเลฟ เบเดน-โพเอลล์ เจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างมาก และรวดเร็วก่อนที่จะเสียชีวิต สมาชิกเนตรนารีทั่วโลกมีมากกว่า ๖.๕๐ ล้านคน

          สำหรับในประเทศไทย ได้มีผู้นำเอาคำว่า Girl Guide ไปจดทะเบียนสำหรับใช้เรียก “ผู้บำเพ็ญประโยชน์” ก่อนแล้ว ทางลูกเสือจึงใช้คำว่า “เนตรนารี” แทนตามที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริตั้งแต่ต้น

 

image003

ประวัติความเป็นมาของเนตรนารีไทย

image004 resize

ภาพจาก : http://www.atbis.ac.th/?p=3558

           เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งกองเสือป่าขึ้นแล้ว ในปีเดียวกันนั้นเอง พระองค์ท่านก็ได้ทรงคิดถึงเยาวชนของชาติโดยทันที จึงได้ทรงจัดตั้งกองลูกเสือขึ้นเพื่ออบรมจิตใจเด็กชายแต่เยาว์ให้มีความกล้าหาญ อดทน เข้มแข็ง สมชาย รู้จักบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นและแก่ส่วนรวม กิจการลูกเสือได้แพร่หลายไปทั่วประเทศก่อนพระราชบัญญัติประถมศึกษาถึง ๑๐ ปี จึงนับได้ว่าการลูกเสือเป็นอุปกรณ์การศึกษาที่ดีเลิศ นอกจากที่ทรงพระมหากรุณาแก่ชายไทยแล้ว ยังทรงพระราชคำนึงว่า สตรีและเด็กหญิง ก็อาจเป็นกำลังของชาติได้ จึงทรงตั้งกลุ่มสตรีขึ้นเรียกว่า “สมาชิกแม่เสือ” โดยรับสมัครสตรีที่ส่วนมากเป็นภริยาและบุตรของเสือป่า สมาชิกแม่เสือมีหน้าที่จัดหาเสบียง และเวชภัณฑ์ส่งให้กองเสือป่าและต้องช่วยชำระค่าบำรุงสโมสรด้วย ผู้ใหญ่เสียค่าบำรุงปีละ ๒ บาท เด็กเสีย ปีละ ๕๐ สตางค์ สมาชิกแม่เสือมีสิทธิประดับเข็มเครื่องหมายเป็นรูปหน้าเสือทำด้วยเงิน เชิญพระปรมาภิไธย ย่อว่า ว.ป.ร.ทองอุณาโลม มีโบว์ดำเป็นรูปดอกจันทร์สอดใต้เข็ม เครื่องหมายติดไว้ที่อกเสื้อ ในขณะนั้นสมาชิกแม่เสือไม่มีเครื่องแบบและไม่มีระเบียบข้อบังคับ

          ส่วนเด็กหญิงนั้น พระองค์ได้มีพระราชดำริที่จะตั้งขึ้นเป็นกองลูกเสือหญิง และได้ทรงคิดนามพระราชทานไว้ว่า “เนตรนารี” ด้วยทรงเห็นว่าเด็กผู้หญิงย่อมมีความสำคัญแก่ครอบครัว ถ้าได้รับการฝึกอบรมตามวิธีการของลูกเสือก็จะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติได้เป็นอย่างมาก จึงทรงร่างข้อบังคับลักษณะปกครองคณะเนตรนารีมากล่าวไว้ดังนี้ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานปรารถนาว่า ได้ทรงจัดตั้งกองลูกเสือขึ้นเพื่อบำรุงเด็กชายให้ได้รับการฝึกฝนในทางที่จะเป็นผู้มีลักษณะสมกับที่เป็นพลเมืองอันพึงปรารถนา มีพระราชประสงค์ที่จะทำนุบำรุงเด็กหญิงด้วย เพราะเด็กหญิงเป็นผู้มีความเป็นอยู่ของชาติต้องอาศัยนับจำเดิมแต่ปฐมวัยมา คือ เด็กหญิงเป็นผู้ที่นำทางพี่น้อง แม้ที่สุดบางทีก็ถึงนำทางบิดา มารดาด้วย เมื่อเติบโตเป็นพลเมืองในสมัยข้างหน้าไปตามที่ได้รับการอบรมได้ จึงมีพระราชดำริว่า ถึงเวลาที่ควรจะฝึกหัดให้หญิงเป็นผู้นำทางไปที่ชอบ คือ ฝึกฝนให้เด็กหญิงเหมาะที่จะเป็นพลเมืองดีในภายหน้าด้วยการอบรมนิสัยฝึกหัดให้รู้จักสังเกต รู้จักอยู่ในถ้อยคำของผู้ใหญ่ตลอดจนอยู่ในพระราชกำหนดกฎหมาย มีความจงรักภักดีต่อผู้ใหญ่ของตน ตลอดจน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น ทำประโยชน์แก่มหาชนและในกิจการที่จะเป็นประโยชน์แก่ตนที่ฝึกหัดร่างกายให้เจริญเต็มที่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราข้อบังคับลักษณะปกครองคณะเนตรนารี ขึ้นไว้”

          ในครั้งนั้นโรงเรียนสตรีที่สำคัญ เช่น โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ก็ได้สนองพระราชดำริโดยจัดตั้งกองเนตรนารีซึ่งเป็นโรงเรียนแรกเมื่อพ.ศ. ๒๔๕๗
          ในพ.ศ. ๒๔๙๖ เมื่อกิจการลูกเสือได้ฟื้นฟูขึ้น เรือเอกหลวงชัชวาลชลธี หัวหน้ากองลูกเสือกรมพลศึกษา จึงได้นำร่างข้อบังคับลักษณะปกครองคณะเนตรนารีของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มาขอให้ท่านผู้หญิงดุษฎี มาลากุล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ และอุปนายกสโมสรวัฒนธรรมหญิง เมื่อพ.ศ. ๒๔๙๗ รื้อฟื้นกิจการเนตรนารี ขึ้นใหม่
          ครั้นถึงพ.ศ. ๒๕๐๒ สมาคมสตรีอาสาสมัครแห่งประเทศไทย ได้จัดตั้งคณะเนตรนารีขึ้นโดยมอบให้อาจารย์สุดสวาท วัชรเกียรติ เป็นประธานฝ่ายฝึกที่บริเวณโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สมาคมสตรีอาสาสมัครแห่งประเทศไทยได้วางโครงการอบรมเยาวนารีโดยใช้หลักการเนตรนารีของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นบรรทัดฐาน จึงได้ก่อตั้งสโมสรเนตรนารีขึ้น ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้ขนานนามว่า “สโมสรเนตรนารีเพชราวุธ” สำนักงานตั้งอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลปฐมวัย ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พญาไท นายกสโมสรคนแรก คือ นางสว่าง นิ่มสมบุญ
          คณะกรรมการสมาคมสตรีอาสาสมัครแห่งประเทศไทย ได้กราบทูลเชิญ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็นองค์อุปถัมภ์ของคณะเนตรนารีซึ่งก็ทรงพระกรุณารับไว้

          กิจการเนตรนารีมีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ทั้งนี้เพราะรัฐบาลได้เล็งเห็นว่า เด็กหญิงก็มีความสามารถเท่าเทียมกับเด็กผู้ชาย ซึ่งอาจจะทำประโยชน์แก่ประเทศชาติได้เช่นกัน ฉะนั้น ในพ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งเป็นปีสตรีสากล คณะกรรมการสโมสรเนตรนารีเพชราวุธ จึงได้นำเรื่องเสนอคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ขอให้รับรองกิจการเนตรนารีเป็นส่วนหนึ่งของคณะลูกเสือแห่งชาติ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารฯ ได้มีมติให้รับกิจการเนตรนารีไว้เป็นงานหน่วยหนึ่ง ในคณะลูกเสือแห่งชาติเมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๘ ดังนั้นในการประชุมสภาลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๐ ที่หอประชุมคุรุสภา เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ กิจการเนตรนารีก็ได้รับรองจากที่ประชุมใหญ่ให้เป็นงานหน่วยหนึ่งของคณะลูกเสือแห่งชาติเป็นทางการและในปีการศึกษา ๒๕๒๐ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศรับวิชาพิเศษเช่นเดียวกับวิชาพิเศษลูกเสือและอนุกาชาด



image006

คุณประโยชน์ของเนตรนารี

           ๑. เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่เป็นหญิงได้มีโอกาสทำกิจกรรมที่มีคุณลักษณะ และแนวทางปฏิบัติคล้าย ๆ กับกิจกรรมลูกเสือ

          ๒. เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนที่เป็นหญิง มีความมั่นใจ และเชื่อมั่นในการประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี และมีส่วนช่วยเหลือสังคม

          ๓. เพื่อสร้างความสามัคคี การเสียสละ การดูแลซึ่งกันและกันในหมู่ของเนตรนารี

          ๔. เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สิ่งแวดล้อมและประเทศชาติ

          ๕. เพื่อส่งเสริมความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี รู้จักสร้างแนวคิด ตลอดจนวิธีปฏิบัติที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม

 

ที่มา : สารานุกรมลูกเสือ ๑๐๐ ปี ลูกเสือไทย เล่มที่ ๒

.........................................

แผนกกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

www.edbathai.com

.........................................

คัดลอกLinkเพื่อแชร์ : https://shorturl.at/dpJV0

   เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

     1. สภาการศึกษาคาทอลิกฯ
     2. สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ
     3. สื่อมวลชนคาทอลิกฯ
     4. ฝ่ายงานธรรมทูตกรุงเทพฯ
     5. ฝ่ายสังคมฯ (Caritas)
     6. แผนกคริสตศาสนธรรมกรุงเทพฯ
     7. แผนกเยาวชนกรุงเทพฯ
     8. แผนกพระคัมภีร์กรุงเทพฯ
     9. บ้านผู้หว่าน (นครปฐม)
    10. วิทยาลัยแสงธรรม สามพราน
    11. ศูนย์อบรมซีซี (NCC)
    12. ศูนย์คำสอนราชบุรี (คำสอนดีดี)


  11 สังฆมณฑลประเทศไทย

     1. อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
     2. อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ
     3. สังฆมณฑลเชียงใหม่
     4. สังฆมณฑลนครสวรรค์
     5. สังฆมณฑลราชบุรี
     6. สังฆมณฑลนครราชสีมา
     7. สังฆมณฑลอุบลราชธานี
     8. สังฆมณฑลอุดรธานี
     9. สังฆมณฑลจันทบุรี
    10. สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
    11. สังฆมณฑลเชียงราย

ฟอร์มติดต่อ

แผนที่ติดต่อ (Google Map)

อัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก - Video Content!

More Videos - อัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก

ปฐมวัย - Video Content!

More Videos - ปฐมวัย

 ปก พระวาจาA5 6 2 68jpg Page1 

Poster สั่งซื้อวิชาคริสต์2025

 

Poster สั่งซื้อวิชาจริย2025

 

liturgical calendar

 BBdiary2025

 

ordomissae