ประวัติลูกเสือสมุทร
ภาพจาก : https://www.facebook.com/thainavyscoutclub/photos/pcb.1077518888943486/1077518425610199/
การเริ่มต้นลูกเสือสมุทรในประเทศอังกฤษ
แวริงตัน เบเดน-โพเอลล์ (WARINGTON BADEN-POWELL) เป็นชาวอังกฤษ เกิดในกรุงลอนดอนบิดาท่านชื่อ ศาสตราจารย์ เรเวอร์เรน เอช.จี. เบเดน-โพเอลล์ (REVEREND H.G. BADEN-POWELL) แวริงตัน เป็นพี่ชายต่างมารดากับ ลอร์ด เบเดน-โพเอลล์ มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับ บี-พี เป็นพิเศษ ฉะนั้นในโอกาสปิดภาคเรียน บี-พี จะติดตามแวริงตัน และพี่ชายใหญ่อีก ๑ คน ไปเดินทางไกลและพักแรมทั้ง ๓ คน มีนิสัยรักการผจญภัย ชอบแล่นเรือใบ ได้พยายามรวบรวมเงินร่วมทุนกันซื้อเรือใบที่ใช้แล้วมาซ่อมแซมให้ดีขึ้น สำหรับแล่นเที่ยวไปตามชายฝั่งเกาะอังกฤษ ต่อมาได้เปลี่ยนเรือใบให้ลำใหญ่ขึ้น สามารถแล่นจากเกาะอังกฤษข้ามทะเลเหนือไปถึงประเทศนอร์เวย์ ถ้ามีเวลาน้อยตามปกติจะพายเรือแคนนูไปตามลำน้ำเทมส์จนถึงแม่น้ำเอวอน บางวันเลยไปถึงแม่น้ำไวท์ซึ่งอยู่ในแคว้นเวลล์ ด้วยประสบการณ์นี้ได้ช่วยสร้างความชื่นชอบและเห็นคุณค่าของการเดินเรือให้กับ บี-พี เป็นอย่างมาก
แวริงตัน มีอาชีพเป็นกะลาสีเรือ และเป็นผู้ชี้แนะแนวทางการศึกษาแก่ บี-พี เมื่อ บี-พี เรียนจบม.ปลาย (HIGH SCHOOL) จากโรงเรียนชาร์เตอร์เฮาส์ (CHARTER HOUSE SCHOOL) แล้วได้ไปสอบเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (OXFORD UNIVERSITY) ถึง ๒ ครั้ง แต่สอบไม่ได้ แวริงตัน จึงให้ข้อคิดว่าลักษณะอย่างนี้น่าจะไปเรียนทางทหาร ซึ่ง บี-พี ก็ปฏิบัติตามโดยไปสอบเข้าเป็นทหารบกโดยตรงสอบได้ที่ ๔ ในเหล่าทหารราบ และได้ที่ ๒ ในเหล่าทหารม้า บี-พี เลือกเหล่าทหารม้า จึงได้รับการแต่งตั้งยศเป็นร้อยตรีทันที เมื่อมีอายุ ๑๙ ปี จากนั้นถูกสั่งให้ไปประจำการที่ประเทศอินเดียและประเทศแอฟริกาผ่านการทำศึกหลายครั้ง ได้รับประสบการณ์จากชนพื้นเมืองมากมาย มีชื่อเสียงในการฝึกทหารใหม่และเยาวชน หลังจากได้รับยศเป็นพลโทและเลือกที่จะเกษียณอายุราชการเพื่อทำการก่อตั้งขบวนการลูกเสือ
หลังจากนั้น ใน พ.ศ. ๒๔๕๐ (ค.ศ. ๑๙๐๗) บี-พี ได้ทดลองนำเด็กชาย จำนวน ๒๐ คน ไปอยู่ค่ายพักแรมที่เกาะบราวน์ซี และเขียนคู่มือการฝึกอบรมขึ้น ชื่อว่า “SCOUTING FOR BOYS” เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๑ (ค.ศ. ๑๙๐๘) ได้รับความสำเร็จเป็นอย่างมาก บี-พี จึงมีความคิดว่าเด็กจะได้รับประโยชน์เป็นอย่างยิ่งถ้าการลูกเสือช่วยฝึกให้เขาได้เรียนรู้เรื่องกิจกรรมทางน้ำด้วย บี-พี จึงไปขอความร่วมมือจากแวริงตัน และได้ร่วมมือกันฝึกกิจกรรมทางน้ำให้แก่ลูกเสือจนได้ชื่อว่า เป็นบิดาแห่งลูกเสือสมุทร
พ.ศ. ๒๔๕๓ (ค.ศ. ๑๙๑๐) แวริงตัน ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ในการฝึกอบรมเรื่อง “วิชาการเรือ” (SEAMANSHIP) จึงได้เขียนคู่มือการลูกเสือสมุทรสำหรับเด็กชาย (SEA SCOUTING FOR BOYS) และได้ตั้งกองลูกเสือสมุทรในประเทศอังกฤษขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเน้นหนักเรื่องการเป็นยามชายฝั่งทะเล (COAST WATCHING) และแพร่หลายไปในหลายประเทศ
พ.ศ. ๒๔๕๗-๒๔๖๑ (ค.ศ. ๑๙๑๔-๑๙๑๘) เกิดสงครามโลก ครั้งที่ ๑ ขึ้น ลูกเสือสมุทรอังกฤษมีส่วนช่วยเหลือกองทัพเรือเป็นอย่างมาก จากสถิติมีลูกเสือของอังกฤษเข้าช่วยงานสงครามโลก ครั้งที่ ๑ นี้ถึง ๑๕,๐๐๐ คน และเสียชีวิตประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ได้รับเหรียญกล้าหาญถึง ๑๑ คน
พ.ศ. ๒๔๖๖ (ค.ศ. ๑๙๒๓) แวริงตัน ถึงแก่กรรม แต่กิจการลูกเสือสมุทรแพร่หลายขึ้นทุกปีเพราะได้รับการสนับสนุนจาก “ราชสมาคมเรือแคนนูของอังกฤษ” พ.ศ. ๒๔๗๒ (ค.ศ. ๑๙๒๙)) มีการชุมนุมลูกเสือโลก ครั้งที่ ๓ ในประเทศอังกฤษ ลูกเสือสมุทรจากประเทศฮังการี ได้จัดนิทรรศการเรือแคนนูแบบคยัค (KAYAK) ทำให้การลูกเสือสมุทรตื่นตัวและสร้างเรือเป็นการใหญ่โดยเฉพาะเรือเล็กและเรือใบ จึงมีการแข่งขันกันทุกปี
พ.ศ. ๒๕๐๓ (ค.ศ. ๑๙๖๐) สมาคมลูกเสืออังกฤษได้ส่งลูกเสือสมุทรเข้าร่วมแข่งขันเรือใบระหว่างประเทศ ปัจจุบันนี้การลูกเสือสมุทรได้แพร่หลายมากขึ้น ในการฝึกอบรมนิยมใช้เรือเล็กและเรือใบเพราะสะดวกในการฝึกการใช้งาน ราคาถูก และได้ประโยชน์คุ้มค่า
การลูกเสือสมุทรในประเทศสหรัฐอเมริกา
พ.ศ. ๒๔๕๓ (ค.ศ. ๑๙๑๐) มิสเตอร์ อาร์เทอร์ เอ. คาเร่ (MR. ARTHER A. CAREY) ได้เขียนคู่มือลูกเสือสมุทรขึ้นชื่อว่า “CRUISINE FOR SEA SCOUTING” โดยอาศัยพื้นฐานจากคู่มือ SEA SCOUTING FOR BOYS ของ แวริงตัน บี-พี
พ.ศ. ๒๔๖๐ (ค.ศ. ๑๙๑๗) เจมส์ ออสติน ไวล์เดอร์ (JAMES AUSTIN WILDER) ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายลูกเสือสมุทร ได้ปรับปรุงคู่มือให้สมบูรณ์เป็นเล่มแรก
พ.ศ. ๒๔๖๒ (ค.ศ. ๑๙๑๙) คณะลูกเสืออเมริกันได้จัดทำหลักสูตรการฝึกอบรมลูกเสือสมุทรขึ้นและประกาศใช้เป็นครั้งแรก จากนั้นได้มีการแก้ไขหลายครั้ง
พ.ศ. ๒๔๖๖-๒๔๗๖ (ค.ศ. ๑๙๒๓-๑๙๓๓) เป็นช่วงที่การลูกเสือสมุทรของสหรัฐอเมริการุ่งเรืองมาก พ.ศ. ๒๔๙๒ (ค.ศ. ๑๙๔๓) คณะลูกเสืออเมริกันมีการวิจัยเรื่องการลูกเสือสมุทร หลังจากนั้นได้ปรับปรุงหลักสูตรให้ดีขึ้นกว่าเดิม และเปลี่ยนชื่อ SEA SCOUT เป็น SEA EXPLORER โดยหลักสูตรยังมุ่งเน้นหนักเรื่องชาวเรือเป็นสำคัญ
การลูกเสือสมุทรในประเทศกรีซ
เป็นที่เลื่องลือกันว่าชาวกรีกมีจิตใจผูกพันกับกิจกรรมทางน้ำเป็นอย่างมาก
ใน พ.ศ. ๒๔๕๕ (ค.ศ. ๑๙๑๒) จึงได้เริ่มการลูกเสือสมุทร โดยได้รับการฝึกฝนให้ช่วยเหลือกองทัพเรือในการทำหน้าที่ยามฝั่ง (COAST GUARDS)
ใน พ.ศ. ๒๔๙๕ (ค.ศ. ๑๙๕๒) ได้ตั้งศูนย์ฝึกลูกเสือสมุทรที่ศูนย์ฝึกอบรมราชนาวีกรีก (ROYAL HELLENIC NAVY)
การลูกเสือสมุทรในประเทศไทย
การลูกเสือสมุทรไทยได้เริ่มต้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและเจริญก้าวหน้าเป็นระยะ หลังจากที่มีการประชุมสภานายกกรรมการจัดการลูกเสือทั่วราชอาณาจักร เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ (ค.ศ. ๑๙๑๕) แล้ว ก็ได้ตกลงกันในอันที่จะจัดให้มีการฝึกหัดลูกเสือเพิ่มเติมขึ้นเป็นพิเศษนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อบังคับลักษณะปกครองลูกเสือ โดยจัดฝึกหัดเป็นเหล่าต่าง ๆ ขึ้น มีอยู่หลายเหล่าด้วยกัน อาทิ เหล่าพยาบาล เหล่าดับเพลิง เหล่าสมุทรเสนา เหล่าช่าง เหล่าเดินข่าว ฯลฯ
การจัดการฝึกหัดลูกเสือแบ่งออกเป็นเหล่า ๆ เริ่มแรกได้มีขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๙ (ค.ศ. ๑๙๑๖) เป็นต้นมา ได้มีการกำหนดวางแบบแผนวิธีการฝึกหัดในหน่วยของแต่ละเหล่าเป็นอย่างดียิ่ง
เหล่าสมุทรเสนา แบ่งออกเป็น ๒ พวก คือ
๑. สมุทรเสนาฝ่ายบก ในฤดูคลื่นลมสังเกตเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในทะเลแล้วแจ้งความแก่เจ้าหน้าที่สำหรับช่วยเหลือ และช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในเวลาสงคราม ลาดตระเวนชายฝั่งคอยสังเกตดูเรือรบที่จะมาตามชายฝั่งทะเล
๒. สมุทรเสนาฝ่ายน้ำ เรียนการเดินเรือทะเลอย่างย่อ ๆ มีหน้าที่ของปากเรือ ช่างกล ช่างไฟฟ้า ช่างไม้ การครัว การเก็บรักษา และการพยาบาลคนเมาคลื่น ลูกเสือที่ได้รับการฝึกอบรมเหล่าต่าง ๆ นี้ ได้มีการตั้งหน้าตั้งตาฝึกหัดกันอย่างจริงจัง จนสามารถออกบำเพ็ญประโยชน์แก่สาธารณะได้ผลดีมาก เช่น เหล่าสมุทรเสนา ก็ได้ฝึกหัดในส่วนการเดินเรือจนถึงได้ออกทะเลในบางคราว
ใน พ.ศ. ๒๔๕๙ (ค.ศ. ๑๙๑๖) อันเป็นปีเริ่มแรกได้มีการฝึกหัดเหล่าสมุทรเสนาแพร่หลาย ขยายตัวออกไปตามลำดับ จนถึงตามหัวเมืองมณฑลต่าง ๆ เช่น กรุงเทพพระมหานคร มณฑลนครศรีธรรมราชมณฑลสุราษฎร์ธานี๑ ใน พ.ศ. ๒๔๖๐ (ค.ศ. ๑๙๑๗) ได้ขยายตัวออกไปจากเดิมมากยิ่งขึ้น
ใน พ.ศ. ๒๔๗๕ (ค.ศ. ๑๙๓๒) รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากที่เกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีการเปลี่ยนอุปนายกสภากรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งชาติหลายครั้ง จนถึง พ.ศ. ๒๔๗๖ (ค.ศ. ๑๙๓๓) ได้โปรดเกล้าฯ ให้ น.ท.หลวงศุภชลาศัย ร.น. เป็นอธิบดี กรมพลศึกษา และโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอุปนายกสภากรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๗ (ค.ศ. ๑๙๓๔)
ใน พ.ศ. ๒๔๗๖ (ค.ศ. ๑๙๓๓) ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการ สำนักงานและกรมในกระทรวงธรรมการ และระบุให้มี “กองการลูกเสือ” มาขึ้นอยู่ในกรมพลศึกษา ในปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น ทางสภากรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งชาติก็ได้ประกาศตั้งการลูกเสือสมุทรเสนาขึ้นมาอีกหน่วยหนึ่งต่างหากจากการลูกเสือเหล่าเสนาซึ่งเคยมีมาแต่กาลก่อน โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งการลูกเสือสมุทรเสนาในจังหวัดชายทะเล หรือในท้องถิ่นที่มีคมนาคมทางน้ำติดต่อกับทะเล ซึ่งเรือกลไฟเดินทะเลขนาด ๒๐๐ ตัน เข้าถึงได้ตามที่สภากรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งชาติได้พิจารณาเห็นสมควร และการจัดตั้งการลูกเสือสมุทรเสนานี้จะจัดให้หลายแห่งหลายโรงเรียนรวมกันเป็นหนึ่งกองก็ได้ หรือเฉพาะแห่งใดแห่งหนึ่ง หรือโรงเรียนหนึ่งตั้งเป็นกองหนึ่งก็ได้ แต่ในกองหนึ่ง ๆ จะต้องมีเฉพาะแต่ลูกเสือสมุทรเสนาล้วน ๆ ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้น พ.ศ. ๒๔๗๘ (ค.ศ. ๑๙๓๕) เป็นต้นไป
สภากรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งชาติ ประกาศตั้งการลูกเสือสมุทรเสนาตามพระราชกฤษฎีกา ลงวันที่ ๑๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๗๖ ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๗๗ จึงถือเป็นวันสถาปนาการลูกเสือสมุทรไทย
พ.ศ. ๒๔๗๘ (ค.ศ. ๑๙๓๕) มีการประกาศใช้หลักสูตรลูกเสือสมุทรในระยะสงครามโลก ครั้งที่ ๒ การลูกเสือสมุทรไทยจึงซบเซาและหายไป
พ.ศ. ๒๕๐๗ (ค.ศ. ๑๙๖๔) มีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติลูกเสือ แบ่งลูกเสือเป็น ๓ เหล่า
- เหล่าเสนา
- เหล่าสมุทร
- เหล่าอากาศ
พ.ศ. ๒๕๐๘ (ค.ศ. ๑๙๖๕) : ตั้งกองลูกเสือสมุทรแห่งแรกที่โรงเรียนสิงห์สมุทร จังหวัดชลบุรี โดย พล.ร.ต.สมัคร หนูไพโรจน์
พ.ศ. ๒๕๒๔ (ค.ศ. ๑๙๘๑) : ตั้งสโมสรลูกเสือสมุทร
พ.ศ. ๒๕๒๗ (ค.ศ. ๑๙๘๔) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๑ ณ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
พ.ศ. ๒๕๒๙ (ค.ศ. ๑๙๘๖) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๒ ณ สถานีทหารเรือสงขลา/โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา
พ.ศ. ๒๕๓๑ (ค.ศ. ๑๙๘๘) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๓ ณ โรงเรียนนายเรือ จังหวัดสมุทรปราการ
พ.ศ. ๒๕๓๓ (ค.ศ. ๑๙๙๐) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๔ ณ สถานีทหารเรือพังงา จังหวัดพังงา
พ.ศ. ๒๕๓๕ (ค.ศ. ๑๙๙๒) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๕ ณ สถานีทหารเรือตราด จังหวัดตราด
พ.ศ. ๒๕๓๗ (ค.ศ. ๑๙๙๔) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๖ ณ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
พ.ศ. ๒๕๓๙ (ค.ศ. ๑๙๙๖) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๗ ณ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
พ.ศ. ๒๕๔๑ (ค.ศ. ๑๙๙๘) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๘ ณ โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๔๓ (ค.ศ. ๒๐๐๐) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๙ ณ โรงเรียนปากน้ำชุมพร จังหวัดชุมพรฃ
พ.ศ. ๒๕๔๕ (ค.ศ. ๒๐๐๒) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๑๐ ณ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
พ.ศ. ๒๕๔๗ (ค.ศ. ๒๐๐๔) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๑๑ ณ ค่ายมหาสุรสิงหนาท ร.พัน ๗ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จังหวัดระยอง
พ.ศ. ๒๕๔๙ (ค.ศ. ๒๐๐๖) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๑๒ ณ ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้าจังหวัดชลบุรี
พ.ศ. ๒๕๕๑ (ค.ศ. ๒๐๐๘) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๑๓ ณ โรงเรียนชะอำคุณหญิงเนื่องบุรี และค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
ที่มา : สารานุกรมลูกเสือ ๑๐๐ ปี ลูกเสือไทย เล่มที่ ๓
.........................................
แผนกกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
www.edbathai.com
.........................................
คัดลอกLinkเพื่อแชร์ : https://shorturl.at/dlrQ5







