
เทคนิคการปลูกฝังความซื่อสัตย์ให้ลูก
เพราะความซื่อสัตย์... เป็นคุณค่าสำคัญที่พ่อแม่ควรสอนให้ลูกมีติดตัวไว้คุณพ่อ คุณแม่สามารถฝึกลูกน้อยได้ตั้งแต่ยังเล็ก โดยการเป็นแบบอย่างที่ดีซื่อสัตย์ต่อกัน ซื่อสัตย์ต่องานที่ทำ ซื่อสัตย์ต่อการดำรงชีวิต และทำให้ลูกน้อยรู้ว่าความซื่อสัตย์มีประโยชน์อย่างไร ลูกน้อยจะสามารถควบคุมตัวเองได้และการสอนที่ยึดตามหลักศีล 5 โดยยังไม่จำเป็นต้องให้ลูกท่องจำ แต่ควรปรับศีลแต่ละข้อให้ออกมาเป็นรูปธรรม คือ
1. สอนลูกน้อยให้ละเว้นจากการทำร้ายคนอื่น เช่น ไม่ตีไม่แกล้ง ไม่รังแกเพื่อนที่โรงเรียนหรือคนอื่น ๆรวมทั้งสัตว์เลี้ยง
2. สอนลูกน้อยไม่ให้ลักขโมยของของคนอื่น เช่น ของเล่น เงินค่าขนม เงินของคุณพ่อคุณแม่ (รวมทั้งของคนอื่น) หรือดินสอของเพื่อน เพื่อให้ลูกน้อยมีจิตใจที่ซื่อตรง
3. สอนลูกน้อยไม่ให้ทำร้ายหรือทำลายของที่คนอื่นรัก รวมถึงจิตใจคนอื่น เช่น ทำลายหรือแย่งชิงของเล่นหรือสิ่งของต่าง ๆ ที่คนอื่นรัก
4. สอนลูกน้อยไม่ให้พูดโกหกหรือพูดถึงผู้อื่นในแง่ไม่ดีรวมทั้งสอนให้กล้ายอมรับผิดเมื่อลูกทำผิด
5. สอนให้ลูกน้อยรู้จักเลือกคบเพื่อนที่เป็นคนดีจะช่วยให้ลูกเติบโตขึ้นพร้อมกลุ่มเพื่อนที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ดีต่างๆ เป็นต้น
การปลูกฝังความซื่อสัตย์โดยยึดตามหลัก
ศีล 5 ในแต่ละข้อนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถ
ดัดแปลงและเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับ
ธรรมชาติและความพร้อมของลูก
พ่อแม่เป็นต้นแบบที่ดีเช่น หากคุณพ่อคุณแม่ไปซื้อของแล้วได้รับเงินทอนเกินมาก็คืนเงินให้แม่ค้าไปพร้อมอธิบายให้ลูกฟังว่าทำไมต้องคืนรวมทั้งเป็นตัวอย่างในเรื่องอื่น ๆ เช่น ประกอบอาชีพสุจริต ไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น ซื่อสัตย์และพูดความจริงต่อกัน ยอมรับผิดและพูดความจริงเมื่อผิดนัดเพื่อน เป็นต้น
ตัวอย่างจากข่าว เช่น ข่าวพนักงานเก็บค่าโดยสารบนรถเมล์เก็บเงินได้แล้วนำ ส่งคืนเจ้าของ ข่าวเด็กยากไร้ที่เจอเงินในกระเป๋าเสื้อผ้าที่ได้รับบริจาคแล้วบอกคุณครูเพื่อตามหาเจ้าของเงิน ฯลฯ เพื่อให้ลูกได้เห็นตัวอย่างของการทำดีและความซื่อสัตย์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น แม้ตนเองจะลำบากแต่ก็ไม่คิดนำเงินหรือสิ่งของที่เก็บได้นั้นมาเป็นของตนเอง รวมทั้งสอนลูกว่าการทำความดีนั้นไม่จำเป็นต้องหวังผลตอบแทนใดๆ
สอนผ่านนิทาน เช่น เล่านิทานเรื่องเด็กเลี้ยงแกะ ตั๊กแตนผู้ซื่อสัตย์ทำแบบนี้ดีไหมนะ เทพารักษ์กับคนตัดไม้หรืออาจแต่งนิทานที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความซื่อสัตย์แล้วเล่าให้ลูกฟังเพื่อให้ลูกเข้าใจ และเห็นภาพมากขึ้นว่าการโกหกเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ดีและทำให้คนอื่นเดือดร้อน
ชื่นชมเมื่อลูกพูดความจริง แม้เรื่องนั้นจะเป็นสิ่งที่ลูกทำผิดพลาดก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกว่าเมื่อพูดความจริงแล้วจะไม่ถูกดุหรือถูกตีควรชื่นชมเมื่อลูกพูดความจริง เช่น ลูกทำแก้วน้ำตกแตกแล้วรีบมาบอกคุณพ่อคุณแม่ควรขอบคุณที่ลูกรีบบอก เพราะไม่เช่นนั้นอาจมีคนมาเหยียบน้ำ แล้วลื่นหกล้ม หรือเผลอเหยียบเศษแก้วและโดนบาดจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมสอนให้ลูกเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ลูกรู้สึกดีและกล้าที่จะพูดความจริงในทุก ๆ เรื่องค่ะ
ที่มา : จุลสารเพื่อนอนุบาล ฉบับที่ 3 ปี 2563 (หน้า 7-8)
แผนกปฐมวัย
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ







